เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีมอบเงินชดเชยค่ารื้อถอนต่อผู้โยกย้าย จำนวน 12 ราย ตามโครงการโยกย้ายชุมชนบริเวณโดยรอบโบราณสถานวัดช้าง ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งกล่าวว่า ตามแผนปฏิบัติการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566-2575 ในแผนงานที่ 4 แผนงานควบคุมการใช้ที่ดิน โยกย้ายทัณฑสถานบำบัดพิเศษ และปรับปรุงชุมชน กำหนดให้ปรับปรุง โยกย้ายชุมชน บ้านเรือน ที่ซ้อนทับ เบียดบังโบราณสถาน ให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่รองรับการโยกย้ายที่จัดเตรียมไว้ จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับประชาชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกับโบราณสถานได้อย่างกลมกลืน

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา จึงสำรวจและเลือกพื้นที่บริเวณโดยรอบโบราณสถานวัดช้าง ในการดำเนินการโยกย้ายชุมชนและจัดเตรียมพื้นที่รองรับที่เหมาะสม โดยมีการดำเนินงานที่ผ่านมา ดังนี้ ปีงบประมาณ 2565 ดำเนินโครงการขุดค้นและปรับพื้นที่บริเวณถนนเลี่ยงพระตำหนักสิริยาลัย ประกอบด้วยงานถากถางพื้นที่รองรับ งานขุดตรวจทางโบราณคดี และงานถมดินให้มีระดับสูงกว่าถนน ใช้งบประมาณ 9.5 ล้านบาท จากนั้นปีงบประมาณ 2566 ปรับพื้นที่บริเวณถนนเลี่ยงพระตำหนักสิริยาลัย ต่อเนื่องจากปีงบประมาณที่ผ่านมา ประกอบด้วย งานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค ได้แก่ ถนน ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ใช้งบประมาณ 4.3 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชีผู้ที่อยู่โดยรอบโบราณสถานวัดช้าง เพื่อประมาณค่ารื้อถอนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

นายพนมบุตร กล่าวอีกว่า สำหรับปีงบประมาณ 2568 กรมศิลปากรจึงดำเนินโครงการโยกย้ายบ้านเรือนประชาชนที่ซ้อนทับกับโบราณสถานวัดช้าง ให้อยู่ในพื้นที่รองรับที่จัดเตรียมไว้ จำนวน 12 หลัง ใช้งบประมาณโครงการ 2 ล้านบาท ประกอบด้วยกิจกรรม ดังนี้ 1. ดำเนินการจ่ายค่าชดเชยค่ารื้อถอนต่อประชาชน 12 ราย เป็นเงิน 992,000 บาท 2. ดำเนินการทางโบราณคดี โบราณสถานวัดช้าง เป็นเงิน 779,000 บาท 3. ดำเนินการปรับปรุง ทำความสะอาดพื้นที่ และกิจกรรมอื่นๆ 229,000 บาท 4. ดำเนินการประสานงานต่อธนารักษ์พื้นที่พระนครศรีอยุธยา ให้ผู้ที่โยกย้ายได้รับสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุในพื้นที่ที่รองรับการโยกย้ายอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้โยกย้ายจะได้รับเงินชดเชย 2 รอบ รอบที่ 1 วันที่ 18 เม.ย. 2568 ได้รับเงินเป็นจำนวนร้อยละ 40 จากราคาประเมินค่ารื้อถอน และผู้โยกย้ายต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับเงินครั้งที่ 1 จึงจะได้รับเงินส่วนที่เหลือร้อยละ 60 ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวจะสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ผู้โยกย้ายจะได้รับสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุในพื้นที่ที่รองรับการโยกย้ายต่อไป



