เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 68 นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา คุณหมออารมณ์ดี เจ้าของเพจ “หมอเจด” ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ โดยระบุว่า ระวัง! “ตะคริว” ไม่ใช่แค่ปวดขา แต่อันตรายถึงตุย! พร้อมอธิบายว่า

หลายคนเคยเป็นตะคริว แล้วก็คิดว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” แต่ความจริงคือ ตะคริวไม่ใช่เรื่องเล็กเสมอไปนะครัย ถ้ามันมาแบบผิดที่ผิดเวลา หรือเกิดขึ้นบ่อยๆ มันอาจส่งผลต่อชีวิตประจำวัน สุขภาพจิต ไปจนถึงความปลอดภัยของชีวิตได้เลย

วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังนะว่า “ตะคริว” มันอันตรายมากกว่าคำว่า “ปวดกล้ามเนื้อ” โดยจะพาไปดูผลกระทบของตะคริว ที่คนส่วนใหญ่ไม่ทันระวัง นะครับ

1.เกิดในน้ำ = เสี่ยงจมน้ำ

ตะคริวกลางสระว่ายน้ำหรือทะเล อันนี้ทุกคนรู้มันอันตรายกว่าที่คิด กล้ามเนื้อหดเกร็งแบบควบคุมไม่ได้ แถมอยู่ในที่ที่ไม่มีที่ให้พิง ไม่มีเวลาให้ตั้งหลัก
ถ้าตะคริวกินกล้ามเนื้อขาส่วนล่างหรือเท้า คนว่ายน้ำลอยตัวไม่ได้ และเกิดเหตุ “จมน้ำ” ได้ง่ายมาก
ในปีหนึ่งๆ มีเคสคนจมน้ำจากการเป็นตะคริวจริงจังเกิดขึ้นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ฝึกว่ายน้ำหนัก หรือเล่นกีฬาทางน้ำที่ต้องใช้แรงขาเยอะ เช่น ดำน้ำ พายเรืออันนี้ต้องระวังนะ

2.รบกวนการนอน จนคุณภาพชีวิตแย่

ตะคริวที่เกิดตอนกลางคืน หรือที่เรียกว่า nocturnal leg cramps มักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว อยู่ดีๆ นอนอยู่ดีๆ ก็ปวดจี๊ดขึ้นมาที่น่อง หรือฝ่าเท้า บางคนปวดจนลุกไม่ไหว นอนไม่หลับ แล้วพอเช้าไปทำงานก็อ่อนเพลีย ขาดสมาธิ กลายเป็นวงจรคุณภาพชีวิตพังโดยไม่รู้ตัว

คนที่เจอตะคริวกลางคืนบ่อยๆ มักเป็นกลุ่ม
•ผู้สูงอายุ (ระบบไหลเวียนเลือดเริ่มถดถอย)
•คนที่กำลังท้อง
•คนที่ดื่มน้ำน้อย
•คนใช้ยาขับปัสสาวะ (เสียน้ำ + แร่ธาตุ)

3.เสี่ยงล้ม หรือบาดเจ็บซ้ำในผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาตะคริวบ่อยๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน มีโอกาสลุกขึ้นเดินแบบเซหลังกำเริบได้ง่าย เพราะกล้ามเนื้ออ่อนล้าและไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว อีกทั้งกระดูกเปราะ ล้มแค่ครั้งเดียวอาจทำให้กระดูกสะโพกหัก หรือบาดเจ็บซ้ำซ้อนที่รักษานาน

นอกจากเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรงแล้ว ตะคริวยังอาจเป็นสัญญาณของ โรคเรื้อรังที่แฝงอยู่ เช่น

  • โรคไตเรื้อรัง
  • เบาหวาน (เส้นประสาททำงานผิดปกติ)
  • ขาดวิตามิน D และแมกนีเซียมเรื้อรัง
    ในคนสูงอายุ การรักษาต้นเหตุสำคัญมาก โดยเฉพาะการเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น เพราะการดูดซึมจากอาหารเริ่มลดลงตามวัย

4.กระทบต่อนักกีฬา/คนทำงานใช้แรง

นักกีฬาหรือแรงงานที่ต้องใช้กล้ามเนื้อหนักๆ เช่น ก่อสร้าง แม่บ้าน พนักงานเสิร์ฟ ถ้าตะคริวกินบ่อยๆ จะทำให้เกิดความกลัวในการเคลื่อนไหว ไม่กล้าใช้แรง หรือพยายามเลี่ยงกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งนำไปสู่ “ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง” โดยเฉพาะนักกีฬา ถ้าระหว่างการแข่งขันมีตะคริวขึ้นมากลางสนาม นอกจากจะหยุดเล่นทันที ยังมีความเสี่ยงกล้ามเนื้อฉีก หรือบาดเจ็บเรื้อรังซ้ำซ้อนด้วย

การปล่อยให้เป็นตะคริวบ่อยๆ โดยไม่รู้สาเหตุ = เสี่ยงพลาดโรคแฝง และทำให้กล้ามเนื้อเสื่อมสภาพเร็ว
การเจาะเลือดดู ระดับอิเล็กโทรไลต์ โดยเฉพาะแมกนีเซียมในเลือด (serum magnesium) สามารถให้คำตอบได้ และควรเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลระยะยาว
การเสริมแมกนีเซียมในคนที่มีระดับต่ำหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง จึงไม่ใช่แค่การรักษาอาการ แต่เป็น “การลดความเสี่ยง” ไม่ให้ตะคริวเกิดซ้ำและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต

ฝากด้วยนะครับ “ตะคริว” ไม่ใช่แค่อาการปวดกล้ามเนื้อ แต่มันอาจเป็นสัญญาณของร่างกายที่กำลังขาดสมดุล โดยเฉพาะ แมกนีเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุเล็กๆ แต่บทบาทใหญ่มาก

หลายเคสที่เป็นตะคริวบ่อย ตรวจเลือดถึงเจอว่าระดับแมกนีเซียมต่ำพอเสริมเข้าไป กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ดีขึ้น และตะคริวก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่ามีตะคริวบ่อยขึ้น เหนื่อยง่าย ปวดกล้ามเนื้อโดยไม่มีเหตุผล แนะนำให้ลองเช็คระดับแมกนีเซียมในเลือด และลองเสริมดูนะครับ เพราะแค่แร่ธาตุตัวเดียว ก็อาจช่วยให้คุณนอนหลับดีขึ้น เคลื่อนไหวดีขึ้น และใช้ชีวิตได้เต็มที่ขึ้นอีกเยอะเลย.