สรุปราคาทองคำวันนี้ (21 เม.ย. 68) เคลื่อนไหวทั้งหมด 10 ครั้ง โดยปรับขึ้น 500 บาท 1 ครั้ง, เพิ่มขึ้น 50 บาท 7 ครั้ง และลดลง 50 บาท 2 ครั้ง ทำให้ในภาพรวมวันนี้ปรับขึ้น 750 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 53,100 บาท ขายออกบาทละ 53,200 บาท และทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 52,150.40 บาท ขายออกบาทละ 54,000 บาท 

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า แม้ในระยะนี้จะมีข่าวการเจรจาทางการค้าของสหรัฐกับหลายประเทศคู่ค้า ส่งผลให้ในระยะสั้น อาจเกิดแรงขายทำกำไรทองคำสลับออกมาบางส่วน ซึ่งมองว่าส่วนหนึ่งมาจากราคาทองคำที่ได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างรุนแรง โดยจากต้นปีจนถึงปัจจุบันทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แม้ว่าระหว่าง สหรัฐ-จีน จะเปิดช่องเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ทั้งนี้ ปัจจัยสนับสนุนทองคำที่สำคัญในปีนี้ คือการเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก โดยล่าสุดสภาทองคำโลก (WGC) ได้ประกาศตัวเลขการถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยซื้อสุทธิต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ติดต่อกันในปี 2567 ด้วยปริมาณการเข้าซื้อทองคำระดับ 1,045 ตัน และถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ที่ความต้องการทองคำสูงเกิน 1,000 ตัน สำหรับปี 2568 ธนาคารกลางทั่วโลก ยังคงซื้อทองคำสุทธิ 24 ตัน ในช่วง 2 เดือนแรก นำโดยธนาคารกลางโปแลนด์ ที่ซื้อทองคำสุทธิรวม 32 ตัน ซึ่งเป็นการซื้อต่อเนื่อง 11 เดือนติดต่อกัน ตามมาด้วยธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งซื้อทองคำเป็นอันดับ 2 โดยซื้อสุทธิเพิ่มขึ้น 10 ตัน ทำให้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จีนถือครองทองคำสำรองเพิ่มขึ้น 340 ตัน ล่าสุด ขณะที่ PBOC เผยข้อมูลล่าสุด ในเดือน มี.ค. ยังคงถือทองคำสำรองเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน 

สำหรับคำแนะนำการลงทุนทองคำ ด้วยระดับราคาและความผันผวนที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่ยังมีโมเมนตัมในเชิงบวกอย่างชัดเจน ในช่วงนี้จึงแนะนำหาจังหวะย่อตัวลงเพื่อเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น โดยมีแนวรับระยะสั้นที่ 3,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งหากยังยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อตามแนวโน้มหลักได้ ลุ้นขึ้นทดสอบแนวต้าน 3,400-3,411 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมแนะนำแบ่งขายทำกำไรหากราคาไม่ผ่านระดับดังกล่าว อย่างไรก็ดี ในทางกลับกันหากราคาหลุด 3,321-3,300 ดอลลาร์ จะเสียโมเมนตัมในระยะสั้น และต้องระวังว่าราคาทองคำอาจสลับมาเข้าสู่ช่วงการพักตัวอีกครั้ง