เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เรียกได้ว่าโลกอาจจะผวากันไปเลย หลังเว็บไซต์ต่างประเทศ dailymail รายงานว่า พบหนังสือเก่าแก่อายุ 900 ปี ที่ถูกค้นพบในหอสมุดลับวาติกัน อ้างว่าสามารถทำนายปีที่จะเกิดวันพิพากษาได้ ซึ่งเป็นความเชื่อของศาสนาคริสต์ว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมายังโลกเพื่อตัดสินว่าใครจะได้รับการไถ่บาปและใครจะถูกสาปแช่ง โดยนักบุญคนหนึ่งกล่าวว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในปี 2027
นักบุญมาลาไค (Saint Malachy) ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เขียนข้อความในศตวรรษที่ 12 ที่ชื่อว่า ‘คำทำนายแห่งพระสันตปาปา’ (Prophecy of the Popes) ซึ่งประกอบด้วยชุดวลีภาษาละตินที่เข้าใจยาก ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการบรรยายถึงพระสันตปาปาทุกพระองค์ เริ่มตั้งแต่สมเด็จพระสันตะปาปาเซเลสทีนที่ 2 ในปี 1143 และสิ้นสุดที่ผู้นำปัจจุบันของศาสนจักร คือ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส
หนังสือเล่มนี้ ซึ่งมีวลีสั้นๆ ที่เข้าใจยาก 112 วลี ถูกค้นพบในปี 1595 โดย อาร์โนลด์ ไวออน (Arnold Wion) นักบวชเบเนดิกติน ซึ่งอ้างว่าพบงานเขียนของมาลาไคในหอสมุดลับวาติกัน
“ในการประหัตประหารครั้งสุดท้ายของศาสนจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จะมีปีเตอร์ชาวโรมันครองราชย์ ผู้ซึ่งจะเลี้ยงดูฝูงแกะของเขาท่ามกลางความทุกข์ยากมากมาย หลังจากนั้นนครเจ็ดเนินจะถูกทำลาย และผู้พิพากษาที่น่าสะพรึงกลัวจะพิพากษาผู้คน จุดจบ” ข้อความสุดท้ายของหนังสือระบุไว้
บางคนตีความคำทำนายว่าปีเตอร์จะขึ้นเป็นพระสันตปาปาแทนที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ท่ามกลางอาการป่วยเรื้อรังที่ปอด ขณะที่คนอื่นๆ เชื่อว่ามาลาไคกำลังบอกว่าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสจะเป็นพระองค์สุดท้าย
สารคดีที่ออกฉายในปี 2024 ชี้ให้เห็นว่าข้อหลังเป็นความจริง เนื่องจากข้อความที่เชื่อว่าเป็นของสมเด็จพระสันตะปาปาซิกส์ตุสที่ 5 ในปี 1585 ระบุว่า “เพลาอยู่กลางเครื่องหมาย”
สมเด็จพระสันตะปาปาซิกส์ตุสที่ 5 ขึ้นครองตำแหน่ง 442 ปีหลังจากผู้นำองค์แรก และด้วยข้อความที่บ่งชี้ว่าพระองค์อยู่ตรงกลางของคำทำนาย จุดจบของโลกจะมาถึงอีก 442 ปีต่อมา นั่นคือปี 2027
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกค้นพบเมื่อกว่า 400 ปีที่แล้ว แต่คำทำนายของมันกลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เนื่องจากสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนมายุ 88 พรรษา ทรงมีอาการวิกฤตทางเดินหายใจสองครั้ง อันเนื่องมาจากการสะสมของเสมหะจำนวนมากในปอดและการหดเกร็งของหลอดลม พระองค์ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมานานกว่าสองสัปดาห์แล้ว
แม้ว่านักวิชาการบางคนจะอ้างว่าข้อความนี้เป็นการปลอมแปลงในศตวรรษที่ 16 แต่เชื่อกันว่านักบุญมาลาไคได้เขียน ‘คำทำนายแห่งพระสันตปาปา’ ในปี 1139 หลังจากได้รับนิมิตระหว่างการเยือนกรุงโรม ก่อนที่จะได้รับการยกย่องเป็นนักบุญ นักบุญมาลาไคเป็นอาร์ชบิชอปชาวไอริชที่มีชื่อเสียงด้านการปฏิรูปศาสนา รวมถึงการนำศาสนจักรไอริชให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของโรมันมากขึ้น
ข้อกล่าวหาที่ว่ามีบุคคลอื่นเขียนวลี 112 วลีเกี่ยวกับพระสันตปาปาในอนาคตแต่ละพระองค์ มาจากลักษณะเฉพาะเจาะจงและความแม่นยำสูงในการบรรยายถึงพระสันตปาปาแต่ละพระองค์จนถึงปี 1590 หลังจากนั้น วลีต่างๆ ก็เริ่มคลุมเครือมากขึ้นและเปิดกว้างสำหรับการตีความ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีวลีที่แม่นยำอย่างน่าตกใจบางวลีที่สามารถพบได้ในยุคปัจจุบัน
คำทำนายของนักบุญได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ดังที่รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “ในปี 1958 ก่อนการประชุมลับเพื่อเลือกสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นที่ 23 คาร์ดินัล สเปลล์แมนแห่งนิวยอร์กได้เช่าเรือ บรรทุกแกะเต็มลำ และล่องไปตามแม่น้ำไทเบอร์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาคือ ‘ผู้เลี้ยงและผู้พายเรือ’ ซึ่งเป็นคำขวัญที่ระบุถึงพระสันตปาปาองค์ต่อไปในคำทำนาย”
คำทำนายหนึ่งในหนังสือเล่มดังกล่าวระบุถึงพระสันตปาปาองค์ที่ 111 ว่า “Gloria Olivae” ซึ่งแปลว่า “รัศมีแห่งต้นมะกอก” คณะนักบุญเบเนดิกต์เป็นที่รู้จักกันในนามโอลิเวตัน ซึ่งทำให้นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่ามาลาไคทำนายว่าสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์จะนำศาสนจักรคาทอลิก พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตปาปาตั้งแต่ปี 2005 ถึง 2013
บางคนเชื่อว่าวลีของนักบุญมาลาไคที่ว่า “lilium et rosa” ซึ่งแปลว่า “ดอกลิลลี่และดอกกุหลาบ” บรรยายถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บันที่ 8 (1623-1644) เนื่องจากตราประจำตระกูลของพระองค์มีดอกลิลลี่และดอกกุหลาบ
ข้อความอีกบรรทัดหนึ่งระบุว่า “De labore Solis” ซึ่งแปลว่า “สุริยุปราคา” และมีการคาดการณ์ว่าเป็นการระบุถึงสมเด็จพระสันตะปาปายอห์นปอลที่ 2 (คาโรล วอยตีลา) ซึ่งประสูติในช่วงสุริยุปราคา พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตปาปาตั้งแต่ปี 1978 ถึง 2005
นอกจากนี้ยังมี “peregrinus apostolicus” ที่ใช้สำหรับพระสันตปาปาองค์หนึ่ง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าหมายถึงสมเด็จพระสันตะปาปาปอลที่ 6 เนื่องจากพระองค์ทรงใช้ชีวิตส่วนใหญ่เดินทางไปยังประเทศใหม่ๆ พระองค์ทรงดำรงตำแหน่งพระสันตปาปาตั้งแต่ปี 1963 ถึง 1978
ตามข้อมูลในรายการสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับปีเตอร์ชาวโรมัน “พระสันตปาปาองค์สุดท้าย” จะทรงปกครองศาสนจักรในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายครั้งใหญ่ ซึ่งจะนำไปสู่การทำลายกรุงโรมและจุดจบของตำแหน่งพระสันตปาปา
หนังสือเล่มนี้เป็นหัวข้อในพอดแคสต์ Sunday Cool ซึ่งผู้ดำเนินรายการ จอช ฮูเปอร์ (Josh Hooper) ตั้งข้อสังเกตว่าวิกฤตการณ์ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกกำลังกระตุ้นความเชื่อใหม่ในคำทำนายที่ถกเถียงกันอยู่
สงครามปัจจุบันในยูเครน ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน และความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่องในตะวันออกกลาง ทำให้หลายคนหวาดกลัวว่าสงครามโลกครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
มหาอำนาจเหล่านี้ยังได้เริ่มเตรียมการเพื่อเริ่มโครงการอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง ซึ่งยิ่งทำให้ความหวาดกลัวต่อ “วันพิพากษา” เพิ่มขึ้น
ข้อความโบราณฉบับนี้ไม่ใช่ข้อความฉบับเดียวที่มีการกล่าวถึงคำทำนายจุดจบของโลก แต่ยังมี ‘หนังสือวิวรณ์’ ที่เขียนขึ้นเมื่อใกล้สิ้นศตวรรษที่ 1 บางคนเชื่อว่าเป็นบันทึกการสิ้นสุดของมนุษยชาติ ไม่ใช่เหตุการณ์ในพระคัมภีร์ในอดีต ในความเป็นจริงบางส่วนก็เชื่อข้อความที่มีการอธิบายถึงการระเบิดนิวเคลียร์ โดรน เครื่องบิน และแม้แต่หุ่นยนต์
ขอบคุณข้อมูล https://www.dailymail.co.uk/



