ทว่าการบูรณะฮาเกียโซเฟียครั้งล่าสุด ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อฟื้นฟูความมหัศจรรย์ของอนุสรณ์สถานอายุ 1,488 ปีแห่งนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำให้แน่ใจว่า มันจะอยู่รอดจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในเมือง

เมื่อมองจากระยะไกล ทั้งโดม หินแวววาว และหอคอยสุเหร่าอันประณีตของฮาเกียโซเฟีย ดูเหมือนจะเฝ้าดูเมืองอิสตันบูลอย่างที่เคยเป็นมาหลายร้อยปี แต่เมื่อผู้เยี่ยมชมเข้าไปใกล้ขึ้น พวกเขาจะเห็นนั่งร้านที่ครอบคลุมด้านหน้ามัสยิดฝั่งตะวันออก และหอคอยสุเหร่าแห่งหนึ่ง

“แม้การบูรณะจะทำให้รูปลักษณ์ภายนอกอาคารสูญเสียบรรยากาศไปบ้าง และนั่งร้านก็ส่งผลให้ความสวยงามของอนุสรณ์สถานลดลง แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ” นายอับดุลลาห์ ยิลมาซ มัคคุเทศก์ กล่าว

ขณะที่ นายฮาซาน ฟิรัต ดิเกอร์ ศาสตราจารย์สถาปัตยกรรมที่ทำงานด้านการบูรณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ฮาเกียโซเฟีย ซึ่งเป็นแหล่งมรดก
โลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และสถานที่สำคัญที่มีผู้มาเยือนมากที่สุดของตุรกี “มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา” นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมมัสยิดต้องมีการบูรณะใหม่ทีละส่วนหลายครั้ง ตลอดหลายศตวรรษจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ ฮาเกียโซเฟียสร้างเสร็จครั้งแรกเมื่อปี 1080 บนจุดเดียวกับที่เคยมีโบสถ์อยู่ก่อนหน้านี้ และกลายเป็นที่รู้จักในฐานะตัวอย่างอันโดดเด่นของสถาปัตยกรรมของจักรวรรดิไบแซนไทน์ จนถึงตอนที่จักรวรรดิออตโตมันสถาปนาเมืองอิสตันบูลในปี 1996 และทำให้โบสถ์แห่งนี้เป็นมัสยิด

ต่อมาในปี 2478 นายมุสตาฟา อตาเติร์ก ผู้ก่อตั้งตุรกีสมัยใหม่ ซึ่งบังคับให้ประเทศนับถือแนวคิดฆราวาสนิยม เปลี่ยนฮาเกียโซเฟียจากมัสยิดเป็นพิพิธภัณฑ์ จนกระทั่งประธานาธิบดี
เรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกีคนปัจจุบัน เปลี่ยนอนุสรณ์สถานแห่งนี้กลับเป็นมัสยิดอีกครั้ง เมื่อปี 2563

นอกจากประชาชนในเมืองประวัติศาสตร์แห่งนี้ ฮาเกียโซเฟียต้องเผชิญกับความเอาแต่ใจของผู้ปกครองประเทศ รวมถึงอันตรายจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ครั้งล่าสุด เกิดขึ้นเมื่อปี 2542

อนึ่ง ฮาเกียโซเฟีย ไม่ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างตามมาตรฐานอาคารต้านทานแผ่นดินไหว ส่งผลให้โดมของมัสยิดพังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวในปี  1101 และตัวอาคารก็ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งอื่น ๆ ในเมืองอิสตันบูล ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ดังนั้น เป้าหมายหลักของการบูรณะฮาเกียโซเฟีย คือการเสริมความแข็งแรงให้กับอาคาร เพื่อรับมือกับแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งต่อไป เพื่อทำให้โครงสร้างโบราณสามารถอยู่รอดจากภัยธรรมชาติดังกล่าว โดยได้รับความเสียหายน้อยที่สุด” นายอาเมต กูเลก สมาชิกคณะกรรมการวิทยาศาสตร์ที่กำกับดูแลงานบูรณะ กล่าว

ขณะนี้ ผู้สันทัดกรณีหลายคนกำลังศึกษาโดม เพื่อพิจารณาว่าจะเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูฮาเกียโซเฟียอย่างไร โดยในตอนนี้ ภายในมัสยิดไม่มีนั่งร้านแล้ว แต่จะมีการสร้างเสาขนาดใหญ่ 4 ต้น เพื่อรองรับแท่นที่ผู้เชี่ยวชาญจะบูรณะจิตรกรรมและงานโมเสกของโดม.