“บีบีซี สปอร์ตส์” สื่อดังของอังกฤษ ทำสกู๊ปเจาะลึกอดีตถึงปัจจุบันของเหล่าสินค้าที่เข้ามาเป็น “สปอนเซอร์หลัก” ที่มีโลโก้ติดหน้าอกเสื้อของทีมต่างของพรีเมียร์ลีก

ปรากฏว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ชัดเจน และน่าสนใจ โดยเฉพาะบรรดา “เว็บพนัน” ที่ตบเท้าพาเหรดกันเข้ามาแบบมีนัย

จากครั้งหนึ่ง เสื้อแข่งของทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก เคยเต็มไปด้วยชื่อ “แบรนด์” ที่เราคุ้นตาในชีวิตประจำวัน แต่ปัจจุบัน ภาพเหล่านั้นแทบจะหายไปจากวงการฟุตบอลแล้ว

“พรีเมียร์ลีก” ในวันนี้ คือเวทีระดับโลกที่ดึงดูดผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลก และด้วยความนิยมระดับนี้ สปอนเซอร์จำนวนไม่น้อย

จึงไม่ใช่บริษัทที่มีสินค้าขายในสหราชอาณาจักรอีกต่อไป และเอาเข้าจริง สปอนเซอร์เหล่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายในการขายอะไรให้แฟนบอลด้วยซ้ำ

แล้วพวกเขาต้องการอะไร และอะไรทำให้สปอนเซอร์บนเสื้อฟุตบอลเปลี่ยนไปขนาดนี้ เราไปดูกัน?

ใครคือสปอนเซอร์ในพรีเมียร์ลีกตอนนี้?
พรีเมียร์ลีก มีแผนยุติการให้ “บริษัทพนัน” เข้าเป็นสปอนเซอร์หลักบนหน้าอกเสื้อของทุกทีมก่อนฤดูกาล 2026-27

แต่ปัจจุบันยังมีถึง 11 ทีม ที่ใช้บริษัทพนันเป็นสปอนเซอร์หลัก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่แล้ว 3 ทีม

ข้อมูลจาก GlobalData ระบุว่า มูลค่ารวมของดีลระหว่างสโมสรพรีเมียร์ลีกกับบริษัทพนันในฤดูกาล 2024-25 อยู่ที่ 135.43 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 101.1 ล้านปอนด์ (ราว 4,550 ล้านบาท)

ขณะที่สโมสรอื่นๆ ที่ไม่ได้มีสปอนเซอร์เป็นบริษัทพนัน เลือกใช้บริษัทจากอุตสาหกรรมการบิน, บันเทิง, การเงิน และเทคโนโลยี เป็นผู้สนับสนุนหลัก

ทำไมสปอนเซอร์ถึงเปลี่ยนไป?
ย้อนกลับไปฤดูกาล 1992-93 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีก เชื่อหรือไม่ว่า ไม่มีทีมใดเลยที่มีบริษัทพนันเป็นสปอนเซอร์

กว่า 50% ของสปอนเซอร์ในยุคนั้น เป็นบริษัทอังกฤษ และส่วนใหญ่ขายสินค้าให้แฟนบอลได้โดยตรง

ขณะที่ปัจจุบัน ไม่มีบริษัทสปอนเซอร์ใดเลยที่ขายสินค้าให้แฟนบอลโดยตรง และมีสปอนเซอร์เพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ตั้งอยู่ในอังกฤษ

นั่นคือ Standard Chartered ธนาคารคู่สัญญาของ ลิเวอร์พูล ซึ่งก็ไม่ได้เปิดบัญชีให้ลูกค้าในสหราชอาณาจักรอยู่ดีนั่นแหละ

ยุคก่อนหน้านี้ เป็นยุคของสินค้าจากวงการเทคโนโลยี, เสื้อผ้า และก่อสร้าง ซึ่งแทบจะหายไปหมดแล้ว

ยิ่งกว่านั้น บางบริษัทอย่าง Commodore, Fisons, ICI หรือ Tulip Computers ก็เลิกกิจการไปแล้วด้วย

จากแบรนด์ท้องถิ่นสู่ตลาดโลก?
เมื่อ 3 ทศวรรษก่อน ทีมพรีเมียร์ลีก 7 ทีม มีสปอนเซอร์เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 160 กิโลเมตร จากตัวสโมสร

ขณะที่ 2 ทีมคือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด กับ อิปสวิช มีสปอนเซอร์อยู่ห่างไม่ถึง 1 กิโลเมตร

แต่วันนี้ มีเพียง ลิเวอร์พูล ทีมเดียว ที่มีบริษัทสปอนเซอร์ตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 1,600 กิโลเมตรจากสโมสร

ระยะทางเฉลี่ยระหว่างสโมสรกับสปอนเซอร์ในปี 1992-93 คือ 1,859 กิโลเมตร แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็น 4,431 กิโลเมตร

สะท้อนถึงผลของ “โลกาภิวัตน์” และเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของธุรกิจการสนับสนุนกีฬา

ประเทศอย่าง “ญี่ปุ่น” ที่เคยรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างมากในยุค 90 ก็หายหน้าไปจากวงการสปอนเซอร์แล้ว โดยมีเงินทุนใหม่จาก “ตะวันออกกลาง” เข้ามามีบทบาทแทน

ดีลสปอนเซอร์วันนี้ ยังไม่ได้มีแค่การโฆษณา แต่รวมถึงการเข้าถึงห้องรับรองในสนาม, การถ่ายภาพกับนักเตะสำหรับใช้ในแคมเปญต่างๆ

บางครั้งอาจเป็นการสร้างอิทธิพลในระดับการเมืองด้วยซ้ำ

แล้วลีกอื่นล่ะ?
ถึงแม้ว่าอีกไม่นาน “พรีเมียร์ลีก” จะไม่มีพาร์ตเนอร์เป็นบริษัทพนันอย่างเป็นทางการ แต่สหพันธ์ยุโรป หรือ “ยูฟ่า” กลับเพิ่งเปิดตัวสปอนเซอร์ที่เป็นบริษัทพนันรายแรก เมื่อปีที่แล้ว

ข้อมูลจากรายงานของ ยูฟ่า เผยว่า บริษัทพนันคือสปอนเซอร์ที่พบได้บ่อยที่สุดในลีกสูงสุดของประเทศอย่าง เบลเยียม, กรีซ, ฮังการี, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, โปรตุเกส และรัสเซีย

อุตสาหกรรมหลักในการเป็นสปอนเซอร์ทีมฟุตบอลในยุโรปคือ การพนัน (15%), ค้าปลีก (12%), การบิน, ยานยนต์, การเงิน, อาหารและเครื่องดื่ม (อย่างละ 10%)

ในลีก “เดอะ แชมเปี้ยนชิพ” ของอังกฤษเอง การพนันก็ยังเป็นอุตสาหกรรมอันดับหนึ่ง โดยมีถึง 6 สโมสร ที่มีบริษัทพนันเป็นสปอนเซอร์หลัก

แต่ทีมในลีกวัน และ ลีกทู ไม่มีสปอนเซอร์การพนันเลย โดยอุตสาหกรรมที่พบมากที่สุดคือ พลังงาน, ยานยนต์ และอาหาร

ทำไมบริษัทพนันถึงสนใจฟุตบอล?
รู้หรือไม่ว่า การโฆษณาบริษัทพนันในช่วงสัปดาห์แรกของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ มีสูงถึง 29,000 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าจากฤดูกาลก่อน

แมตต์ ซาร์บ-คัสซิน ผู้ร่วมก่อตั้งแอปพนัน Gamban กล่าวว่า “บริษัทพนันตั้งใจโฆษณาให้เข้าถึงผู้ชายวัยหนุ่ม ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดการพนัน”

“คนรุ่นใหม่ทุกวันนี้กำลังเติบโตมากับภาพของฟุตบอลที่คู่กับการพนัน”

รายได้รวมของบริษัทพนันในสหราชอาณาจักร ระหว่างเดือน เม.ย. 2022-มี.ค. 2023 อยู่สูงถึง 15,100 ล้านปอนด์ หรือเป็นเงินไทยประมาณ 680,000 ล้านบาท

พวกเขาจึงมีงบประมาณมหาศาลจะมาลงทุนกับการโฆษณา แม้ต่อไปพรีเมียร์ลีกจะแบนโลโก้บนหน้าอกเสื้อ แต่พวกเขาก็สามารถย้ายไปโฆษณาที่ป้ายข้างสนามหรือแขนเสื้อแทนได้สบาย

แฟนบอลกับสโมสรได้อะไร?
อย่างไรก็ตาม 6 ทีมดังของพรีเมียร์ลีกอย่าง อาร์เซนอล, เชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี, แมนฯ ยูไนเต็ด และ สเปอร์ ไม่มีทีมใดใช้สปอนเซอร์พนันเลย

นั่นเป็นเพราะทีมพวกนั้น มีสปอนเซอร์จ่อคิวรอสนับสนุนอยู่แล้ว บริษัทพนันจึงเลือกเจาะตลาดทีมขนาดกลางหรือเล็ก ที่ต้องการเงินสนับสนุนมากกว่า เพราะทำให้พวกเขาได้พื้นที่โปรโมตเต็มที่ โดยเฉพาะเวลาเจอกับทีมใหญ่

บางบริษัทพนัน ที่เป็นสปอนเซอร์ มีฐานใหญ่อยู่ในประเทศ “ปลอดภาษี” อย่าง คูราเซา และ มอลตา เพื่อประหยัดภาษี และที่แปลกก็คือ คนอังกฤษไม่สามารถใช้บริการเว็บพนันเหล่านั้นได้ด้วยซ้ำ

สาเหตุที่บริษัทเหล่านี้ ทำการตลาดในอังกฤษ ก็เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศอย่าง “จีน” ที่การพนันยังผิดกฎหมาย โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมายและเทคโนโลยีอย่าง VPN เพื่อหลบเลี่ยง

ดร.ราฟฟาเอลโล รอสซี จากมหาวิทยาลัยบริสตอล กล่าวเสริมว่า “แค่เห็นโลโก้ก็สามารถกระตุ้นให้คนอยากเล่นพนันได้แล้ว”

กีฬา และ ธุรกิจพนัน จึงดูแล้วคงจะพัวพันกันต่อไปมากขึ้นเรื่อยๆ จนแยกจากกันไม่ได้ อยู่ที่แต่ละคน แต่ละลีก แต่ละประเทศ ว่าจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากแค่ไหน และจะควบคุมคนของตัวเองยังไง?