สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวาติกันซิตี นครรัฐวาติกัน เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่า ในกำแพงของนครรัฐแห่งนี้ มีผู้คนอาศัยอยู่ราว 900 คน นับตั้งแต่สมเด็จพระสันตปาปา ไปจนถึงพระคาร์ดินัล แม่ชี นักบวช นักการทูต และฆราวาส อาทิ คนสวน พ่อครัว และคนทำความสะอาด

วาติกันเคยเป็นส่วนหนึ่งของ “รัฐสันตะปาปา” ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐทางประวัติศาสตร์ของอิตาลี และอยู่ใต้การปกครองของสมเด็จพระสันตะปาปา มานานหลายร้อยปี จนกระทั่งถูกยึดครองระหว่างการรวมชาติอิตาลี ในสมัยศตวรรษที่ 19

ต่อมาในปี 2472 “นครรัฐวาติกัน” ได้รับการสถาปนาขึ้น โดยมีการลงนามใน “สนธิสัญญาลาเตรัน” ระหว่างสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 11 และจอมพลเบนิโต มุสโสลินี ผู้นำฟาสซิสต์ของอิตาลีในเวลานั้น เพื่อการยอมรับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนดังกล่าว

วาติกันมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ 44 เฮกตาร์ หรือราว 0.44 ตารางกิโลเมตร โดยราว 1 ใน 3 ของพื้นที่ เป็นสวนสาธารณะ

ศูนย์กลางบริหารงานพระศาสนจักรคาทอลิกสากล อยู่ภายใต้การปกครองของ “โรมัน คูเรีย” หรือ “สำนักสันตะปาปา” โดยประกอบด้วยสำนักงานเลขาธิการของรัฐ หน่วยงานหรือกระทรวงรวม 16 แห่ง สถาบันการเงิน 6 แห่ง และสถาบันการศึกษา และองค์กรต่าง ๆ หลายแห่ง

สัญชาติของวาติกันเป็นระบบ “jus officii” โดยการถือสัญชาติจะขึ้นอยู่กับถิ่นที่อยู่และการจ้างงาน ขณะที่ระบบกฎหมายจะคล้ายกับของอิตาลี และผู้กระทำผิดกฎหมายสามารถถูกพิจารณาคดีที่ศาลของนครรัฐได้

พนักงานในวาติกันจะได้รับเงินเดือนโดยไม่ต้องเสียภาษี และเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่พวกเขาไม่สามารถจัดตั้ง หรือเข้าร่วมสหภาพแรงงานได้ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้ซูเปอร์มาร์เก็ต ไปรษณีย์ ร้านขายยา และรถไฟขนาดเล็กของนครรัฐได้

เพลงชาติ “อินโนเอมาร์ชาปอนตีฟีกาเล” หรือเพลงสดุดีสมเด็จพระสันตะปาปา เป็นเพลงชาติเดียวในโลกที่ขับร้องเป็นภาษาละติน

ธงของวาติกันมีแถบสีเหลืองและสีขาวสองแถบ และกุญแจของนักบุญเปโตร ซึ่งเป็นกุญแจของสรวงสวรรค์.

เครดิตภาพ : AFP