เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่สำนักมิสซังโรมันคาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มีการแถลงข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยพระอัครสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวไว้อาลัยว่า พระจริยวัตรที่เป็นแบบอย่างของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่ทรงนำพระศาสนจักรด้วยความถ่อมตน ความกล้าหาญ และการอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ ผู้เปราะบาง และผู้ถูกหลงลืมในสังคม ซึ่งในคำสอนสุดท้ายของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส คือ ให้รู้จักฟัง ให้รู้จักก้าวเดินไปด้วยกัน ซึ่งเป็นคำสอนเพื่อให้สังคมมีสันติสุข

ด้านซิสเตอร์อันนา โรซา พระญาติของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส กล่าวว่า ตนอยู่เมืองไทยมาเกือบ 60 ปีแล้ว เป็นลูกพี่ลูกน้องกับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส โดยปู่ของตนเป็นญาติกับตาของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พอได้ทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ก็มีความเสียใจเช่นเดียวกับทุกคน เพราะตอนที่ทราบข่าวว่าพระองค์ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว ก็คิดว่าพระองค์ทรงมีพระอาการที่ดีขึ้นแล้ว ไม่คิดว่าจะถึงกับสิ้นพระชนม์

ขณะที่ บาทหลวงสุวัฒน์ เหลืองสอาด รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ กล่าวว่า สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ กำหนดจัดพิธีบูชาขอบพระคุณที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ ดังนี้ วันที่ 23 เม.ย.เวลา 19.00 น. โดยพระสังฆราชซิลวีโอ สิริพงษ์ จรัสศรี ประมุขแห่งสังฆณฑราชบุรี เป็นประธานในพิธี วันที่ 24 เม.ย. เวลา 19.00 น. โดยพระสังฆราชยอแซฟ ชูศักดิ์ สิริสุทธิ์ เลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ และประมุขแห่งสังฆณฑลนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี วันที่ 25 เม.ย. เวลา 17.00 น. สำหรับทูตานุทูต หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรศาสนาต่างๆ โดยมีพระอัครสังฆราช ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ ยังให้วัดคาทอลิกทั่วประเทศถวายมิสซาอุทิศแด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 22-28 เม.ย. และเปิดให้คริสตชนและบุคคลทั่วไปลงนามถวายความอาลัยที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ วันที่ 22-24 เม.ย.เวลา 18.00-19.00 น. และที่สถานทูตวาติกันประจำประเทศไทย วันที่ 23-26 เม.ย.เวลา 10.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น. รวมทั้งผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ตามประกาศจากสำนักข่าววาติกัน จะมีพระราชพิธีปลงพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครรัฐวาติกัน ตรงกับเวลา 15.00 น. ของไทย สภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกฯ จึงประกาศให้ทุกวัดคาทอลิกทั่วประเทศไทยตีระฆังพร้อมกันในวันที่ 26 เม.ย. เวลา 15.00 น. เพื่อส่งดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ในช่วงเวลาเดียวกับพิธีปลงพระศพที่นครรัฐวาติกัน

ดร.ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย อดีตที่ปรึกษาสมณกระทรวงสื่อสารสังคม นครรัฐวาติกัน กล่าวว่า ตามขั้นตอนแล้ว หลังเสร็จพระราชพิธีปลงพระศพสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแล้ว จะมีการเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งจะทำการคัดเลือก 3 วัน โดยพระคาร์ดินัลจากทั่วโลกที่มีอายุไม่เกิน 80 ปี ซึ่งในประเทศไทยมีพระคาร์ดินัล 2 องค์ คือ พระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู และพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช แต่เนื่องจากพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู มีอายุเกิน 80 ปี แล้ว จึงเหลือเพียงพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช เท่านั้น ที่จะต้องเดินทางไปเลือกสมเด็จพระสันตะปาปาองค์ใหม่

ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าว ได้มีพิธีบูชาขอบพระคุณ โดยมีพระอัครสังฆราชวีระ อาภรณ์รัตน์ เป็นประธาน ความพิเศษของพิธีในวันนี้คือการใช้จอกกาลิกส์ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงมอบให้กับพระศาสนจักรไทยเมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2562 เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์เป็นพิเศษด้วย