นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาส 1 ปี 2568 (มกราคม – มีนาคม 2568) พบว่า ขยายตัวร้อยละ 3.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่สภาวะลานีญาตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ทำให้มีฝนตกมากขึ้นต่อเนื่องมาถึงช่วงต้นปี 2568 ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำตามธรรมชาติมากกว่าปีที่ผ่านมา และสภาพอากาศโดยทั่วไปเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ เกษตรกรจึงขยายเนื้อที่เพาะปลูกพืช  ในพื้นที่ที่เคยปล่อยว่าง ประกอบกับมีการบริหารจัดการฟาร์มและดูแลเฝ้าระวังโรคในสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่  ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ทำให้ทุกสาขาการผลิตขยายตัว

สาขาพืช ขยายตัวร้อยละ 4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญและแหล่งน้ำตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น และสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืช ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น สินค้าพืชที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวนาปี เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย และมีฝนตกเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูกและการเจริญเติบโตของต้นข้าว เกษตรกรจึงขยายเนื้อที่เพาะปลูกในพื้นที่ที่ปล่อยว่าง ประกอบกับผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศเพิ่มขึ้น ข้าวนาปรัง เนื่องจากเนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกมากขึ้นในช่วงปลายปี 2567 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2568 ส่งผลให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และเกษตรกรมีการขยายเนื้อที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นในพื้นที่นาปรังที่เคยปล่อยว่าง อ้อยโรงงาน เนื่องจากในช่วงปลายปี 2567            มีปริมาณน้ำฝนมากขึ้น สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกจากแรงจูงใจด้านราคาอ้อยโรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ดี

สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 0.1 เนื่องจากสุกรซึ่งเป็นสินค้าปศุสัตว์ที่มีสัดส่วนมากที่สุดมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าสินค้าปศุสัตว์ที่สำคัญชนิดอื่นๆ จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยสินค้าปศุสัตว์ที่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไก่เนื้อ เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ไข่ไก่ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้เลี้ยงปลดแม่ไก่ไข่ยืนกรงตามอายุที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่

 สาขาประมง ขยายตัวร้อยละ 0.4 เนื่องจากการผลิตกุ้งขาวแวนนาไมที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ขณะที่ผลผลิตประมงอื่นๆ มีแนวโน้มลดลง  สาขาบริการทางการเกษตร ขยายตัวร้อยละ 3.7 เนื่องจากการเข้าสู่สภาวะลานีญาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีปริมาณน้ำฝนมากขึ้น ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืช นอกจากนี้ น้ำต้นทุนที่มีเพียงพอ และสภาพอากาศ   ที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ยังทำให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูกพืชในพื้นที่ที่เคยปล่อยว่าง ส่งผลให้กิจกรรมการจ้างบริการเตรียมดินและเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่สำคัญในภาพรวมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวนาปี ข้าวนาปรัง และอ้อยโรงงาน

สาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 1.2 เนื่องจากผลผลิตไม้ยูคาลิปตัส ถ่านไม้ และรังนก เพิ่มขึ้น โดยไม้ยูคาลิปตัสเพิ่มขึ้นจากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งญี่ปุ่นที่มีความต้องการใช้เพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ถ่านไม้เพิ่มขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของการส่งออกไปยังจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมถึงความต้องการใช้ภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และรังนกเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปรังนกทั้งภายในและภายนอกประเทศ

แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2568 คาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 1.8 – 2.8  เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากปริมาณฝนที่มีมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ทำให้มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและในแหล่งน้ำธรรมชาติเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ ประกอบกับการขับเคลื่อนการพัฒนาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งความแปรปรวนของสภาพอากาศ และราคาปัจจัยการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงปัจจัยภายนอก อย่างเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางชะลอตัว