เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนาวิชาการครบรอบ 25 ปี สถาปนาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ทิศทางขององค์กรว่าผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรหลักในการทำงานเชิงรุก ที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรมของประชาชนที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นองค์กรโปร่งใส เปิดเผยตรวจสอบได้ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยจากประสบการณ์ 25 ปี นำมาสู่การกำหนดทิศทางต่อไปในการยกระดับการเป็นที่พึ่งของประชาชน ใน 5 ด้านหลัก คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แก้ไขความเดือดร้อนประชาชนเชิงรุก รวดเร็ว และเป็นธรรม

2.พัฒนาประสิทธิภาพ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กร บริหารจัดการข้อมูล และเรื่องร้องเรียนด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สู่การเป็นองค์กรดิจิทัล 3.สร้างเครือข่ายองค์กรธรรมาภิบาลและสังคมธรรมาภิบาล เพื่อลดการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน 4.การเรียนรู้และการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งในกระแสโลกาภิวัตน์ และสิทธิมนุษยชน 5.ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการทำงาน ร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมของประชาชน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ตลอด 25 ปี ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ พ.ศ. 2543-2567 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนหรือความไม่เป็นธรรม จำนวน 63,664 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 61,062 เรื่อง คิดเป็น 95.91% อยู่ระหว่างดำเนินการ จำนวน 2,602 เรื่อง คิดเป็น 4.09%  เฉลี่ยปีละกว่า 3 พันเรื่อง  

“วันนี้ถึงช่วงที่ต้องให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งทุกวันนี้มีแต่เพิ่มมากขึ้น ถ้าเราสามารถสร้างสังคมธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้น ก็จะช่วยลดความขัดแย้ง กระตุ้นสำนึกรับผิดชอบของผู้มีหน้าที่ ให้บริการสาธารณะ ให้บริการประชาชนก็เท่ากับว่าจะช่วยลดเรื่องร้องเรียน ที่จะทำให้เราเสียเวลาไปโดยใช่เหตุในการขับเคลื่อนสังคมธรรมาภิบาล” ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าว

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวต่อว่า หลักๆ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินดูแล คือ ประชาชนที่เดือดร้อนหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานของรัฐ แบ่งเป็น 3 ลักษณะก็คือ ความเดือดร้อนจากกฎหมาย หรือคำสั่ง ข้อบังคับ บริการของหน่วยงาน ตลอดจนเดือดร้อนจากการกระทำและการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐในลักษณะที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือไม่ทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย  และความเดือดร้อนจากการเสียสิทธิ์ของประชาชน ซึ่งได้รับการบริการจากหน่วยงานภาครัฐ โดยประชาชนสามารถยื่นร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน 1676 หรือร้องเรียนทางเว็บไซต์ รวมถึงแอปพลิเคชั่นของผู้ตรวจการแผ่นดิน  

เมื่อถามว่า ในการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ผ่านมารู้สึกพึงพอใจหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคงไม่ประเมินตัวเอง แต่ที่ผ่านมา สถาบันพระปกเกล้าฯ พบว่าผู้ตรวจการแผ่นดินอยู่ในระดับดีเยี่ยมของกลุ่มองค์กรอิสระ ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ในขณะที่ความพึงพอใจจากการรับเรื่องร้องเรียนของประชาชนและลงมือแก้ไขปัญหา ก็พบว่าประชาชนให้การประเมินผู้ตรวจการแผ่นดินในระดับที่พึงพอใจมาก ซึ่งการประเมินนี้ ถือเป็นกำลังใจให้กับผู้ตรวจการแผ่นดินทำหน้าที่ต่อไปเพื่อประชาชน ส่วนสิ่งที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ตนเห็นว่าก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการก็คือ ความรวดเร็วในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน แต่ทั้งหมดเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการสอบสวนเรื่องราวต่างๆ แม้จะมีความพร้อม แต่เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ แต่จำนวนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีเท่าเดิม สิ่งสำคัญก็คือการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการดำเนินการ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ที่จะสามารถช่วยได้.