เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. นำคณะผู้บริหาร กทม.ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมหารือภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานครกับสำนักงานเพื่อการพัฒนาแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส (AFD) ระหว่างวันที่ 23–25 เม.ย.68 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และหารือความร่วมมือระหว่าง กทม. กรุงปารีส และ AFD พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ตัวอย่างความสำเร็จด้านการพัฒนาเมืองในกรุงปารีส และแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์

โดย AFD ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อจัดประชุมหารือกับผู้บริหารเมือง ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงองค์กรธุรกิจไม่แสวงหากำไรและธุรกิจนวัตกรรมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการวางผังเมืองอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความหยุ่นตัว และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะเป็นแบบปฏิบัติที่ดีที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินโครงการความร่วมมือในอนาคตได้ ทั้งนี้ AFD ได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมฯ ในครั้งนี้ให้ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 23 เม.ย. ผู้บริหาร กทม.ได้หารือกับผู้แทนองค์กร Société des Grands Projets (SGP) และองค์กร La Fabrique du Métr รับฟังการนำเสนอแผนงานใหม่ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานระบบรางระดับชาติ โดยเฉพาะโครงการ Grand Paris Express ซึ่งเป็นเครือข่ายรถไฟใต้ดินวงแหวนขนาดใหญ่รอบกรุงปารีส และโมเดลเสมือนจริงของสถานีใหม่ การปรับปรุงการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ และแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนจากการก่อสร้าง รวมถึงกระบวนการวางแผน การออกแบบ และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังระบบรถไฟใต้ดินแห่งอนาคต ซึ่งโครงการนี้ยังเป็นหัวใจของเมืองใหม่ที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ


จากนั้น ผู้บริหาร กทม.ได้หารือกับ รองนายกเทศมนตรีกรุงปารีส และคณะผู้แทนจากสถาบันวางผังเมืองกรุงปารีส หรือ APUR (Atelier Parisien d’Urbanisme) เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในมหานครยุคใหม่ และการปรับตัวของเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมชมโครงการปรับเปลี่ยนถนนสายหลักให้เป็นถนนสีเขียว ซึ่งมีการปลูกต้นไม้ แปลงดอกไม้ และสร้างทางเดินเท้าที่ยั่งยืน ลดความร้อนสะสมในเมือง นอกจากนั้นคณะผู้บริหาร กทม.ยังได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบริหารจัดการพลังงาน และระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนในระดับเมือง ผ่านระบบทำความเย็นรวมศูนย์ของกรุงปารีส เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ให้บริการทำความเย็นแก่พื้นที่ขนาดใหญ่ของเมืองด้วยวิธีที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ.