จากกรณี ผู้ดูแลสุสาน “สุขาวดี” พื้นที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี ให้ความช่วยเหลือ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) หนูน้อยวัย 3 ขวบ ในสภาพอิดโรย เนื้อตัวมอมแมมหอบถุงเสื้อผ้าเดินฝ่าความมืดของสุสานมาถึงบ้านพัก โดยเด็กบอกว่า พ่อเลี้ยงนำมาทิ้งไว้ที่สุสานตั้งแต่ค่ำวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและประสานตำรวจเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้ทราบว่าแม่ของเด็กใช้ให้พ่อเลี้ยงนำลูกชายไปทิ้งไว้จริง เนื่องจากรำคาญที่เด็กซุกซน

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 11 พ.ย. น.ส.บี (นามสมมุติ) เจ้าของห้องเช่าที่พ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กเช่าอยู่ เปิดเผยว่า สามี อายุ 28 ปี ส่วน ภรรยา อายุ 27 ปี ทั้งคู่เช่าห้องอยู่กันมา 2 ปี แล้ว ส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงเด็กร้องไห้เพราะถูกทุบตีอยู่เป็นประจำ สาเหตุคงเป็นเพราะเด็กซุกซน ทำทีวีในบ้านแตก ทำให้แม่โมโหทำร้ายลูกได้ทุกวัน

ด้าน น.ส.สวย (นามสมมุติ) เพื่อนข้างห้องพัก เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุได้ยินเสียงแม่เด็กได้บอกให้สามี (พ่อเลี้ยง) นำลูกชายไปทิ้ง โดยขู่ว่าถ้ายังไม่เอาไปทิ้ง จะใช้มีดปาดคอเด็กให้ตาย สักพักก็ได้ยินเสียงพ่อเลี้ยงขี่จักรยานยนต์ออกไปจากห้องเช่า ขณะที่ฝ่ายแม่กลับไม่สนใจนอนหลับสบาย กระทั่งรุ่งเช้ามีเจ้าหน้าที่มาติดตามตัว ทำให้ทราบว่าพ่อเลี้ยงนำเด็กไปทิ้งจริง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะได้ยินเสียงทุบตีเด็กร้องไห้อยู่เป็นประจำทุกวัน

ในส่วนของการสืบสวนของตำรวจ สภ.หนองแค นั้นพบว่า แม่ยอมรับสารภาพว่า ใช้ให้พ่อเลี้ยงนำลูกไปทิ้งจริง ๆ แต่หลังจากปล่อยเด็กได้ไม่นาน ฝ่ายพ่อเลี้ยงก็ขี่ จยย.ย้อนกลับไปดู ปรากฏว่าเด็กหายไปแล้ว มาทราบอีกทีก็ตอนผู้ใหญ่บ้านพาไปพบตำรวจ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อในคำให้การดังกล่าว จึงคุมตัวแม่และเด็กไปสอบปากคำต่อหน้าอัยการจังหวัดสระบุรี ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ทอดทิ้งเด็ก และผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก แต่ขณะนี้ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหากับทางแม่เด็กและพ่อเลี้ยงแต่อย่างใด

ด้าน นายดำ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี พ่อแท้ ๆ ของ ด.ช.เอ เปิดเผยว่า ตนเลิกกับภรรยาได้ 2 ปีเศษ สาเหตุเพราะจับได้ว่าภรรยาแอบคบหาชายอื่น ซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงรายนี้ โดยตนพยายามขอเลี้ยงลูกเอง แต่ฝ่ายภรรยาไม่ยอมกระทั่งมารู้ว่าเอาลูกไปทิ้งไว้ในสุสาน ตนจึงเข้าแจ้งความและทำเรื่องขอรับเลี้ยงลูกด้วยตัวเองหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้จบลงแล้ว.