จากกรณีผู้ใช้แอปพลิเคชัน TikTok รายหนึ่ง โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถยนต์ เผยให้เห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญขณะขับรถบนถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณแยกบางพลู หน้า “ลิงดำแลนด์” ต้องหักหลบคนเร่ร่อนที่อยู่ในอาการมึนเมาสุรา เดินตัดหน้ารถอย่างกระชั้นชิด จนเกือบทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “เพิ่งเคยรู้สึกว่าชีวิตมีค่ามากๆ ก็วันนี้ เจอ homeless เมาเดินตัดหน้ารถไปกินเหล้าต่อตรงเกาะกลางถนน รถนี่เกือบคว่ำ ตำรวจทำไรได้บ้างเอ่ย *แถวแยกบางพลูตรงหน้าลิงดำแลนด์ ป.ล.ขอบคุณพี่เจ้าของคลิปที่ส่งมาเป็นพยานให้ค่ะ” สร้างความหวาดกลัวและตั้งคำถามถึงการจัดการปัญหาคนเร่ร่อนในพื้นที่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนนทบุรี เขต 8 สังกัดพรรคประชาชน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบางบัวทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณเกาะกลางถนนรัตนาธิเบศร์ ตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จุดที่เกิดเหตุ พบสิ่งปลูกสร้างลักษณะเป็นเพิงพักอาศัยชั่วคราว มีเศษอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ และขวดสุราขาวจำนวนมากวางเรียงรายอยู่ แต่ไม่พบกลุ่มคนเร่ร่อนที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ

ร.ต.ต.ไพฑูรย์ เทียบแสง รองสารวัตรจราจร สภ.บางบัวทอง เปิดเผยว่า ในคืนเกิดเหตุได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีผู้ขับขี่รถยนต์หักหลบคนเร่ร่อนที่เดินอยู่กลางถนน จนรถเสียหลักชนกับแบริเออร์ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตนได้ประสานไปยังร้อยเวรให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่ไม่ทราบรายละเอียดการดำเนินการหลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าวันนี้ ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ และพบเพิงพักชั่วคราวพร้อมสิ่งของดังกล่าว แต่ไม่พบตัวคนเร่ร่อน

ด้าน นายณฐภัทธ ทองเทศ อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัว เล่าว่า หลังเกิดเหตุได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าใจผิดคิดว่าตนขับรถชนคนเสียชีวิต จึงจะเดินทางมาตรวจสอบ แต่เมื่อตนแจ้งว่าไม่มีผู้เสียชีวิต ตำรวจกลับแจ้งว่าไม่ต้องแจ้งความ เนื่องจากไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้ตนจะแจ้งว่ารถยนต์ได้รับความเสียหายจากการหักหลบคนเร่ร่อนก็ตาม ทำให้ตนรู้สึกไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป แม้จะทราบดีว่าการแจ้งความดำเนินคดีกับคนเร่ร่อน อาจจะไม่ได้รับการชดเชยความเสียหาย แต่สิ่งที่ตนต้องการคือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการกับกลุ่มคนเร่ร่อนเหล่านี้ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต ตนเองอาจตกเป็นผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ ตนรู้สึกผิดหวังที่ตำรวจไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น โดยตนต้องจำใจแจ้งเคลมประกันภัยรถยนต์ในลักษณะประมาทเอง เพื่อให้ได้รับการซ่อมแซมรถยนต์

น.ส.พลอย อายุ 23 ปี แฟนสาวของผู้เสียหาย กล่าวด้วยความกังวลว่า หากในคืนเกิดเหตุ แฟนตนขับรถไม่แข็งแรง หรือคนเร่ร่อนเดินเร็วกว่านี้ อาจจะเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรงกว่านี้ได้ และตั้งคำถามว่าต้องมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนหรือไม่ ตำรวจถึงจะเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา และหากไม่มีการโพสต์คลิปจนเป็นกระแสไวรัล เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้ามาช่วยเหลือหรือไม่

ขณะที่ นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 กล่าวว่า หลังจากทราบเรื่อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบเพิงพักและขวดสุราจำนวนมาก แต่ไม่พบตัวคนเร่ร่อน เบื้องต้นทางตำรวจ สภ.บางบัวทอง กำลังเร่งติดตามตัวคนเร่ร่อนดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ทำการรื้อถอนเพิงพักชั่วคราวแล้ว และจะประสานงานกับแขวงทางหลวง เพื่อดำเนินการรื้อถอนให้ถาวรและปรับปรุงพื้นที่ให้สะอาดต่อไป นอกจากนี้ ตนได้พูดคุยกับผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง ให้เพิ่มความเข้มงวดในการติดตามและดำเนินคดีกับคนเร่ร่อนที่ลงมาเดินบนท้องถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ซ้ำรอยกับผู้ใช้รถใช้ถนนอีก

ล่าสุด นายนนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ สส.นนทบุรี เขต 8 ได้นำนายณฐภัทธ ทองเทศ ผู้เสียหาย เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เพื่อดำเนินคดีกับคนเร่ร่อนรายดังกล่าวตามกฎหมายต่อไป