ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2568 “หมอเจด-เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์” รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา หรือที่หลายคนรู้จักดี ว่าเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หมอเจด” ที่มักจะโพสต์ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพ โดยออกมาเผยการกินแบบนี้ทุกวัน ระวัง 5 โรคร้าย อันตรายถึงตุย ซึ่งระบุว่า
“เชื่อว่าเราทุกคนชอบของอร่อย รวมไปถึงชีวิตประจำวันเรามันเร่งรีบมากขึ้น เราเลยกินอาหาร “Ultra-Processed Food” (UPF) หรือ “อาหารแปรรูปขั้นสูง” มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นขนมถุง ข้าวกล่อง น้ำหวาน หรืออาหารแช่แข็ง จริง ๆ แล้วมันอาจไม่ใช่ “อาหาร” ในความหมายที่แท้จริงก็ได้”
“ในหนังสือ Ultra-Processed People : อร่อยลวงตาย คุณหมอ Chris van Tulleken เล่าถึง “Ultra-Processed Food” (UPF) หรือ “อาหารแปรรูปขั้นสูง” ว่าเป็นอาหารที่ถูกออกแบบมาให้เรากินเพลินติดใจ แต่เต็มไปด้วยสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการ เช่น น้ำตาล ไขมันทรานส์ สารแต่งกลิ่น สารปรุงแต่ง ฯลฯ”
“สิ่งที่น่ากังวลคือ อาหารพวกนี้กำลังกลายเป็นอาหารหลักของคนยุคใหม่โดยไม่รู้ตัว และที่สำคัญมันไม่ได้ทำให้แค่ “อ้วน” แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของโรคเรื้อรังร้ายแรงหลายโรคเลยทีเดียว UPF เกี่ยวข้องกับ 5 โรคร้ายถึงตุยยังไง และเราจะปรับยังไงได้บ้าง โดยไม่ต้องเครียดเกินไป เดี๋ยวผมอธอบายให้ฟังนะ”
1. โรคหัวใจและหลอดเลือด (รวมถึงหลอดเลือดสมอง)
ในหนังสือเขียนอธิบายไว้นะว่า UPF เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยตรง ทั้งผ่านการเพิ่ม LDL (ไขมันเลว), กระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือด และเพิ่มความดันโลหิต ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ในไทยเอง หรือถ้าเราสังเกต คนไข้หัวใจวายเฉียบพลัน มักไม่ได้เป็น “คนชอบกินมัน” อย่างที่คนทั่วไปคิด แต่คือคนที่กินแบบไม่รู้ตัวกาแฟเย็น+โดนัททุกเช้า เบอร์เกอร์ดึก ๆ หลังเลิกงานหรือขนมถุงหลังอาหารเย็น นั่นแหละ UPF ตัวร้าย สิ่งที่ผมมักบอกพวกเขาคือ “ไม่ต้องเลิกขาดทันที แต่อย่ากินมันโดยไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เริ่มแค่อ่านฉลากก่อนซื้อ ก็ลดความเสี่ยงได้มากแล้วครับ
2. โรคมะเร็ง (ลำไส้ เต้านม)
จากหนังสือ Dr. Chris พูดถึงความเชื่อมโยงของ UPF กับมะเร็ง โดยเฉพาะ ไนไตรต์/ไนเตรต ที่ใช้ในเนื้อแปรรูป เช่น แฮม ไส้กรอก เบคอน ซึ่งมีหลักฐานว่าส่งผลต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ นอกจากนี้ UPF ยังมีผลต่อ จุลินทรีย์ในลำไส้ (gut microbiota) ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันและการควบคุมเซลล์ผิดปกติ ในความเป็นจริง เรามักคิดว่ามะเร็งคือเรื่องกรรมพันธุ์ หรือโชคร้าย แต่จริง ๆ แล้ว พฤติกรรมการกินแบบเดิม ๆ ทุกวันก็มีผลมาก คนไข้บางคนที่เป็นมะเร็งลำไส้ในวัยไม่ถึง 50 ปี ไม่มีประวัติครอบครัวเลย แต่กินเนื้อแปรรูปกับอาหารฟาสต์ฟู้ดแทบทุกวัน ผมไม่ได้โทษอาหารอย่างเดียว แต่ผมอยากให้สังเกตการกิน และปรับนะ
3. โรคเบาหวานชนิดที่สอง
UPF ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นเร็ว ส่งผลให้เกิด “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” ซึ่งเป็นจุดเริ่มของโรคเบาหวานชนิดที่สอง โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง (HFCS) อย่างน้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมปังไส้หวาน ก็สาเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของเบาหวานที่เราเจอ ผมเองก็เป็นเบาหวานนะ บางทีเราก็ “ของหวานแบบไม่รู้ตัว” เช่น น้ำผลไม้กล่อง ขนมในเซเว่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง (พร้อมน้ำจิ้มหวาน) สิ่งที่ผมแนะนำคือ “ตัดหวานที่ไม่รู้ตัวก่อน” แล้วค่อยคุมอาหารอื่น ๆ ตามมาซึ่งผมก็แนะนำหลายคนแบบนี้ หลายคนกลับมาด้วยน้ำตาลลดโดยไม่ต้องปรับยา เพราะพวกเขาแค่หยุดน้ำหวานเย็นๆ ทุกวันครับ
4. โรคสมองเสื่อม
สารเคมีบางชนิดใน UPF เช่น emulsifiers, flavor enhancers และสารกันเสีย สามารถกระตุ้นการอักเสบแบบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของสมอง และอาจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาโรคอัลไซเมอร์ พอเราพูดถึงเรื่อง อัลไซเมอร์ หลายคนคิดว่า คือเรื่องของผู้สูงอายุ แต่ความจริงคือพฤติกรรมของเราในวัย 30-40 มีผลต่อสมองในวัย 70 การกิน UPF อย่างต่อเนื่อง = การเร่งอายุสมอง ผมแนะนำแบบนี้นะว่า ให้เริ่มเปลี่ยนง่าย ๆ เช่น กินผลไม้สดแทนขนมซองระหว่างวัน หรือถ้าอยากกินขนม ให้เลือกแบบทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ มันไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการดูแลสมองระยะยาวครับ
5. โรคไขมันพอกตับ (NAFLD)
Dr. Chris เตือนถึง UPF ที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง โดยเฉพาะจากน้ำอัดลมและขนมสำเร็จรูป ว่ามีผลโดยตรงต่อการสะสมไขมันในตับ และหากไม่จัดการ อาจลุกลามเป็น ตับอักเสบ ตับแข็ง หรือมะเร็งตับ ผมก็พูดอยู่บ่อย ๆ นะว่า โรคไขมันพอกตับ เป็นโรคที่ไม่มีอาการ พบมากขึ้นในคนอายุน้อย และส่วนใหญ่มารู้ตัวตอนทำอัลตราซาวด์เจอโดยบังเอิญ ใครที่กินหวานทุกวัน ดื่มน้ำอัดลมบ่อย แถมยังไม่ออกกำลังกาย ตับคุณอาจพอกไขมันแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะฉะนั้นโรคนี้ย้อนกลับได้ ถ้าเริ่มจากจานข้าววันนี้ เลิกหวาน ลดแป้ง กินผักทุกมื้อ
“อ่านจนถึงตรงนี้แล้ว ผมไม่ได้บอกให้คุณ “เลิกกินขาด” ในวันนี้เลยนะ แต่แค่อยากให้เริ่มจากการ “รู้ว่าเรากินอะไร” แค่นั้นก็เพียงพอจะเปลี่ยนโรคให้ช้าลง และเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้แล้ว สุขภาพดีเริ่มได้จากจานต่อไปครับ”…
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : @หมอเจด




