สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ว่า จีนตั้งเป้าที่จะครองภาคส่วนเอไอ แต่เป้าหมายดังกล่าวมีความซับซ้อน เนื่องจากความขัดแย้งทางการค้ากับรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งอาจทำให้อุตสาหกรรมของจีน สูญเสียเทคโนโลยีสำคัญบางอย่างเพิ่มเติม

จีนและสหรัฐ สองประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลก เผชิญหน้ากันในสงครามการค้าแบบตอบโต้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนหลายรายการ ในอัตราสูงถึง 145% ส่งผลให้รัฐบาลปักกิ่งตอบสนองด้วยการกำหนดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ ในอัตรา 125%

ในบริบทข้างต้น สีเรียกร้องให้จีนเสริมสร้างการวิจัยพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญกับความพยายามในการก้าวข้ามความท้าทายในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ชิปขั้นสูง และซอฟต์แวร์หลัก ตลอดจนสร้างระบบเอไออัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม สียอมรับว่า อุตสาหกรรมของจีนยังคงมี “ช่องว่าง” พร้อมกับเสริมว่า การส่งเสริมการพึ่งพาตนเองในภาคส่วนนี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็น

“การสนับสนุนทางการเมือง ถือเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรวมนโยบายต่าง ๆ เช่น สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ภาษี การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการเปิดกว้างสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน

อนึ่ง รัฐบาลของทรัมป์ออกข้อกำหนดใบอนุญาตใหม่ในการส่งออกชิปบางส่วนที่ใช้ในเอไอ ไปยังจีน ซึ่งบริษัทของสหรัฐอย่าง เอ็นวิเดีย และเอเอ็มดี ระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างหนัก

ทั้งนี้ การควบคุมของรัฐบาลวอชิงตันถูกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันไม่ให้จีนพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหาร แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สหรัฐรักษาความได้เปรียบด้านการแข่งขัน.

เครดิตภาพ : AFP