สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า นายมิคา รันทาเนน นักวิจัยจากสถาบันอุตุนิยมวิทยาฟินแลนด์ ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยเมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้วในภูมิภาคแลปแลนด์ หรือ “เฟนโนสแกนเดีย” (Fennoscandia) สูงที่สุดทั้งจากการสังเกตการณ์โดยตรง และการสังเกตการณ์วงปีของต้นไม้

การศึกษาซึ่งดำเนินการโดยสถาบันอุตุนิยมวิทยา และสถาบันทรัพยากรธรรมชาติของฟินแลนด์ แสดงให้เห็นว่า เมืองโซดันคิลา ที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 2.1 องศาเซลเซียส เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนั้น อุณหภูมิเฉลี่ย 15.9 องศาเซลเซียส เมื่อช่วงเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2567 ทำลายสถิติของปี 2480 ถึง 0.4 องศาเซลเซียส

การศึกษาประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้ฤดูร้อนมีโอกาสอบอุ่นขึ้นประมาณ 100 เท่า ซึ่งโดยปกติ ความร้อนในระดับนี้อาจเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งภายใน 1,400 ปี แต่สภาพอากาศปัจจุบัน ได้เพิ่มโอกาสให้เกิดขึ้นในทุก 16 ปี

รันทาเนนเตือนว่า ภูมิภาคแลปแลนด์กำลังเปลี่ยนแปลง “เกินขอบเขต” ของธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน และไฟป่าบ่อยครั้ง นอกจากนั้น ทุ่งหิมะทุนดรา (tundra) ในอาร์กติก ยังมีความเขียวขจีมากขึ้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES