เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 24 หมู่ 1 ต.พยอม อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พบกับ นางจรัสศรี สุขสิน อายุ 71 ปี เจ้าของบ้าน ซึ่งพาไปดูสภาพบ้านพักอาศัยที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยตัวบ้านชั้นล่างเป็นปูน ส่วนชั้นบนและโครงสร้างหลังคาเป็นไม้ มีร่องรอยถูกปลวกกัดกินมานานจนผุพังเกือบทั้งหลัง จากการตรวจสอบพบว่า โครงสร้างหลังคาและเสาไม้หลายจุดอยู่ในสภาพทรุดโทรม ก่อนจะพังถล่มลงมา หลังเกิดฝนตกและลมกระโชกแรงในพื้นที่ ส่งผลให้บ้านได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลัง ไม่สามารถพักอาศัยได้อย่างปลอดภัย

นางจรัสศรี เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ตนพร้อมลูกชาย ลูกสะใภ้ และหลานชาย กำลังนั่งพักผ่อนอยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน ได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนที่โครงสร้างหลังคาและส่วนของบ้านจะทรุดตัวพังลงมาอย่างกะทันหัน สร้างความตกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สำหรับสาเหตุเป็นเพราะโครงสร้างบ้านที่ถูกปลวกกัดกินสะสมมานาน ประกอบกับช่วงก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักและลมแรง ทำให้น้ำฝนสะสมเพิ่มน้ำหนักบนหลังคา จนโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหวและพังถล่มลงมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำเรื่องไปแจ้งกับปกครองท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลพยอม ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ครอบครัวยังไม่ทราบความคืบหน้าของการช่วยเหลือ ทำให้ต้องย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติชั่วคราว ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว

ด้าน นายสุภาพ ขันทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลพยอม และนายวิทยา จันหอม ผู้อำนวยการกองช่าง เปิดเผยว่า นางกนกรัตน์ อนันตโสภณ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพยอม ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายตั้งแต่วันแรกที่ได้รับแจ้ง พร้อมดำเนินการสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด โดยกรณีดังกล่าวอาจไม่เข้าเกณฑ์การช่วยเหลือตามระเบียบด้านสาธารณภัย เนื่องจากบ้านไม่ได้พังถล่มในช่วงเกิดพายุหรือฝนตกโดยตรง แต่พังลงหลังจากนั้นประมาณ 2-3 วัน อีกทั้งยังพบว่ามีปัญหาโครงสร้างเสื่อมสภาพจากการถูกปลวกกัดกินเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อจำกัดด้านระเบียบ แต่ทาง อบต.พยอม จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ โดยจะพิจารณาปัจจัยจากสภาพอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้นร่วมด้วย ขณะเดียวกันจะประสานหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้ครอบครัวสามารถกลับเข้าพักอาศัยได้อีกครั้ง.




