อาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคออาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในบางกรณีกลับเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม ตั้งแต่การติดเชื้อในลำคอ ไปจนถึงภาวะที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารหรือภูมิคุ้มกัน 

การทำความเข้าใจต้นตอของอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ เป็นก้าวแรกในการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อลดความรู้สึกไม่สบายคอ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเจ็บคอ กลืนน้ำลายลำบาก ในบทความนี้จะพาทุกคนไปรู้ถึงสาเหตุของอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ พร้อมวิธีบรรเทาอาการที่ได้ผลจริง


กินอะไรลำบาก กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอเกิดจากอะไร?

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอสามารถเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก ได้แก่ การติดเชื้อไวรัส และปัจจัยอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในลำคอจากโรคบางชนิดหรือพฤติกรรมบางอย่าง ซึ่งผู้ป่วยมักมีอาการร่วมอื่น ๆ เช่น ปวดหู ไอ จาม หรือมีไข้ โดยสาเหตุของการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอและอาการปวดหู มีดังนี้


กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอจากการติดเชื้อ

  • เชื้อไวรัส : อาการเจ็บคอมาก กลืนน้ำลายไม่ได้มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในบุคคลทั่วไป ได้แก่ ไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสเอนเทอโร โดยมักมาพร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น ไข้ต่ำ ไอแห้ง คัดจมูก หรือเสียงแหบ แต่อาการดังกล่าวมักหายเองได้ภายในไม่กี่วัน
  • แบคทีเรีย : เกิดจากเชื้อแบคทีเรียจะพบได้ยากกว่าการติดเชื้อไวรัส ซึ่งแบคทีเรียจะทำให้คอเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอข้างซ้ายและขวามาก โดยเฉพาะเวลากลืนอาหาร และอาจมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต บางครั้งพบจุดหนองในลำคอ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนได้

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ 

อาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ มักมีสาเหตุมาจากโรคหรือพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อลำคอ และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ เช่น การใช้เสียงมากเกินไป หรือการพูดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้กล้ามเนื้อลำคออักเสบจนรู้สึกเจ็บเมื่อกลืน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารรสจัดหรือภาวะกรดไหลย้อนก็สามารถทำให้ลำคอระคายเคืองและเกิดอาการเจ็บได้


ภาวะแทรกซ้อนของอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ กินยาอะไร

อาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนที่รุนแรงขึ้นได้ เช่น ภาวะคออักเสบ ฝีหนองที่ต่อมทอนซิลในกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อบุหลอดอาหารอักเสบจากกรดไหลย้อน หรือเสียงแหบเรื้อรังจากการใช้เสียงมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน หากไม่รักษาอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอบริเวณข้างขวาและซ้าย


กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ แบบไหนถึงต้องพบแพทย์?

หากมีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอนานเกินหลายสัปดาห์ พร้อมกับอาการอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหู ไอและเสมหะมีเลือดปน หายใจลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอเวลากลืนน้ำลาย แม้ว่าจะรับประทานยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่ละเอียด เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคที่มีความเสี่ยง และอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายหากปล่อยไว้โดยไม่รักษาอย่างเหมาะสม


วิธีการดูแลและรักษาอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ

สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองขณะมีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ เพื่อให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สิ่งสำคัญคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้ลำคออักเสบ โดยคุณสามารถดูแลตัวเองตามวิธีแก้เจ็บคอแต่กลืนน้ำลายไม่ได้ ต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของลำคอ และลดอาการระคายเคือง
  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการพักผ่อนที่ดีช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้นและลดความรุนแรงของอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เสียงมากเกินไป เช่น ตะโกนหรือร้องเพลงต่อเนื่องเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันการระคายเคืองและอักเสบของลำคอ
  • หลีกเลี่ยงมลภาวะ เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่น และสารเคมี โดยอาจสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ
  • ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและทำให้อาการเจ็บคอแย่ลง

กลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ กินอาหารลำบาก รีบรักษาก่อนสายเกินแก้

หากคุณมีอาการกลืนน้ำลายแล้วเจ็บคอ หรือรู้สึกเจ็บขณะรับประทานอาหาร อย่ามองข้าม! อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคอื่น ๆ ที่ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ กรดไหลย้อน หรือแม้แต่ภาวะที่ร้ายแรงกว่านั้น การพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก และไม่มีไข้ พร้อมรับการรักษาที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

สามารถติดตามข่าวสารรอบตัว อัปเดตเทรนด์ท่องเที่ยว รีวิวซีรีส์สุดฮิต และรับชมถ่ายทอดสดกีฬามัน ๆ ได้ทาง PPTV ช่องที่พร้อมเสิร์ฟทุกความบันเทิงและสาระที่คุณไม่ควรพลาด!