จากกรณีมีประชาชนใน ต.เหล่าหมี อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากสัมผัสและรับประทานเนื้อวัว และเริ่มมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มที่ผิวหนัง โดยมีการสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เกิดจากการติดเชื้อโรคแอนแทรกซ์ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ หมอแล็บแพนด้า ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “เตือนภัยมีคนเสียชีวิตด้วยโรคแอนแทรกซ์ ในพื้นที่ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร 1 ราย มีประวัติสัมผัส วัว ควาย ตามวิถีชาวบ้าน และล่าสุดกินเนื้อวัวดิบในงานบุญฯ เห็นว่ากินกันหลายคน แต่โชคดีที่รู้แล้วว่าเป็นแอนแทรกซ์ รายต่อๆ ไปน่าจะรักษาได้ตรงจุดได้ไว”

สำหรับ “โรคแอนแทรกซ์” (Anthrax) เป็นโรคติดเชื้อที่เกิดจากแบคทีเรีย “บาซิลลัส แอนทราซิส” (Bacillus anthracis) มันสามารถสร้างสปอร์ทนทานสภาพแวดล้อมได้นานเป็นสิบปี อยู่ตามดิน พืชผัก หรือซากสัตว์ที่ปนเปื้อนสปอร์ พอมีโอกาสก็แฝงตัวเข้าสู่คนทาง 3 ทางหลัก
1. แอนแทรกซ์ผิวหนัง (Cutaneous Anthrax)
– พบมากที่สุด (95% ของผู้ติดเชื้อ)
– อาการ คือ เริ่มจากตุ่มคัน กลายเป็นแผลสีดำ (eschar) มีเนื้อตายล้อมด้วยวงบวมแดง
– อัตราตาย คือ น้อยกว่า 1% ถ้ารีบรักษาทัน
2. แอนแทรกซ์ระบบหายใจ (Inhalational Anthrax)
– อันตรายที่สุด เกิดจากการสูดสปอร์เข้าไป
– อาการระยะแรก คล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้สูง ไอ เหนื่อย แล้วไประยะช็อกทำให้หายใจลำบาก ตัวเขียว โลหิตเป็นพิษ
– อัตราตาย คือ สูงกว่า 80% ถ้ารักษาช้า
3. แอนแทรกซ์ทางเดินอาหาร (Gastrointestinal Anthrax)
– ติดเชื้อจากการกินเนื้อสัตว์ป่วยที่ไม่สุก
– อาการ คือ ปวดท้องรุนแรง อาเจียน ถ่ายเป็นเลือดสีดำ
– อัตราตาย คือ 25-60%
อย่างไรก็ตาม “อย่าลืมนะครับ เน้นกินสุก 100% และถ้าไปเจอสัตว์ตายโดยไม่รู้สาเหตุ อย่าเอามาชำแหละกินกัน ถ้าพบสัตว์ตายผิดปกติรีบหนีให้ห่าง และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที”
ขอบคุณข้อมูล : หมอแล็บแพนด้า





