เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก (รับหลักการ) วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เป็นตัวแทนรัฐบาลกล่าวสรุปภาพรวมว่า รัฐบาลมีความพยายามทำให้ประเทศแข่งขันได้ คนไทยมีรายไได้ที่สูงขึ้น ขอความร่วมมือฝ่ายค้านช่วยทำ ออกความเห็นเป็นประโยชน์กับปะเทศ ทั้งนี้รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อดูแลวิกฤติปากท้อง ด้วยงบที่จำกัดจึงต้องออกพระราชกำหนด เพราะหากแก้ไม่ได้ จะลามไปถึงธุรกิจเล็กๆ ที่อาจต้องไล่คนออก คนตกงาน ที่อาจเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ

“การออกพ.ร.ก.ไม่ได้เยียวยาประชาชนเท่านั้น เพราะพึ่งพาน้ำมัน แก๊สธรรมชาติสูง  ร้อยละ 20 ของจีดีพี หากไม่เปลี่ยนผ่านจะนำเข้าแพงและต้นทุนแพงระยะยาว โดย 2 เดือนที่ผ่านมา น้ำมันแพง ทำให้เกิดการขาดดุลในบัญชีเดินสะพัดถึง 5 แสนล้านบาท จึงปล่อยไม่ได้ ทำให้ต้องออก พ.ร.ก.แก้ปัญหาวิกฤติปากท้อง ผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส และเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทั้งนี้ผมไม่ใช่หมอที่สร้างวาทะกรรมเก่ง แต่ต้องการผ่าตัดปัญหางบประมาณ ปีที่แล้วขาดดุล  ร้อยละ 4.4 จึงออกแผนการคลังระยะปานกลาง เพื่อลดการขาดดุล  ร้อยละ 3 ในปี2572 และต้องทำให้โปร่งใส โดยปีนี้เมื่อเปิดเผยให้เห็นแผลตั้งเป้าลดขาดดุล  ร้อยละ 4.4 เหลือ  ร้อยละ 3.9 เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการคลัง” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ฐานะการคลังเราเหนื่อย ต้องเน้นวินัยการคลัง ดังนั้นต้องช่วยผ่าตัดเพื่อให้เหลืองบลงทุนประเทศ ทั้งนี้งบลงทุนปีนี้ เหลือ 7 หมื่นล้าน เพราะต้องรักษาวินัยการคลังเปิดแผลทั้งหมด ไม่หมกเม็ด ฝีไม่แตก เพราะความโปร่งใส และช่วยผ่าตัด ส่วนงบลงทุน ตนเห็นด้วยกับผู้นำฝ่ายค้าน มีงบส่วนอื่น ปีนี้จึงเน้นงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ เพิ่ม 2.7แสนล้านบาท ซึ่งไม่อยู่ในเล่มงบประมาณ โดยลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน บางโครงการไม่ต้องใช้เงิน เปิดให้เอกชนร่วมลงทุน เช่น เรื่องพลังงานสะอาด ทรัพยากรน้ำ เป็นต้น ทั้งนี้การจัดทำงบประมาณปี 2570 รัฐบาลให้ความสำคัญกับประชาชนและผลประโยชน์สูงสุด การจัดทำงบ เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับความมั่นคงของประชาชน ส่วนข้อเสนอแนะของ สส. ขอให้ กมธ.นำไปพิจารณาและตรวจสอบงบ ให้รอบคอบ เกิดประโยชน์กับประชาชนที่ได้อภิปรายในสภา  ดังนั้นขอให้ช่วยกันพลิกวิกฤติเป็นโอกาสสร้างโอกาสให้คนไทยมีความหวัง มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ขีดการแข่งขันของประเทศจะยกระดับ.