นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการแก้หนี้เฟสใหม่ให้ ครม. พิจารณา โดยจะมีการผ่อนปรนและขยายวงแก้หนี้ให้มากกว่าเดิม ทั้งในกลุ่มลูกหนี้ที่เข้าข่ายโครงการคุณสู้เราช่วย รวมถึงการแก้หนี้กลุ่มหนี้เสียเอ็นพีแอล ที่มีมูลหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท
“ที่ผ่านมาประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนอยู่ประมาณ 16 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 91% ของจีดีพี แต่ช่วงที่ผ่านมาหลังโครงการคุณสู้เราช่วยไปแล้ว ก็ทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงต่อเนื่อง ในเดือน ม.ค. อยู่ระดับ 88% และในเดือน มี.ค. จะเหลือ 86% อย่างไรก็ตาม คลังมองว่าจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มอีก จะมีการขยายมาตรการแก้หนี้เสร็จใหม่ซึ่งจะช่วยลดหนี้ และเมื่อรวมกับการเติบโตเศรษฐกิจ จะทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีลดเหลือไม่เกิน 80%”
ในส่วนของคุณสู้เราช่วย จะมีการขอ ครม. ปรับปรุงเงื่อนไข ขยายวงเงินลูกหนี้เพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มลูกหนี้ ที่จ่าย 10% เพื่อตัดหนี้ทั้งก้อน ก็จะขยายวงเงินจาก 5,000 บาท เป็น 10,000 บาท
นอกจากนี้ คลังกำลังพิจารณากลุ่มที่เป็นหนี้เสีย ซึ่งปัจจุบันไทยมีหนี้เสียกว่า 5.4 ล้านราย แต่จำนวนนี้จะโฟกัสไปในกลุ่มที่มีหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยกลุ่มนี้มีหนี้อยู่ประมาณ 1.23 แสนล้านบาท จำนวน 3.4 ล้านคน เพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถตั้งตัวใหม่ได้ โดยแบ่งเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลแบงก์รัฐ 26,000 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ 16,000 ล้านบาท และที่เหลือกว่า 80,000 ล้านบาท จะเป็นกลุ่มนอนแบงก์
ทั้งนี้ ลูกหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารรัฐคาดว่าจะทำได้ไม่มีปัญหา พร้อมจะให้แบงก์รัฐเข้าไปปล่อยกู้วงเงิน 10,000-20,000 บาท ไปทำธุรกิจเล็กๆ และหากกลับมาผ่อนดี 3-6 เดือน ก็จะขยายวงเงินให้เป็น 50,000 บาท ส่วนหนี้เสียที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์ และนอนแบงก์ จะต้องมีการเรียกคุยเพื่อคัดกรองกลุ่มลูกหนี้ก่อน จากนั้นอาจจะมีการเจรจา ส่วนจะซื้อมาบริหารหรือไม่ต้องรอดู ซึ่งหากลูกหนี้กลุ่มนี้แก้ไขได้ จะช่วยหรือลดได้ถึง 3 ล้านราย เลยทีเดียว
ส่วนกลุ่มหนี้เสียที่มีหนี้เกิน 1 แสนบาท มีกว่า 2 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่มีหลักประกัน โดยวิธีแก้ไขน่าจะต้องมีการเรียกมาเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างถึงจะเหมาะสมกว่า



