ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติบางลาง – Bang Lang National Park ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “#ปล่อยของ EP3. #เสือโคร่ง #ผืนป่าชายแดนใต้ เสือโคร่ง (Panthera tigris (Linnaeus, 1758)) จัดเป็นสัตว์ป่าที่กำลังใกล้สูญพันธ์ุ เสือโคร่งเป็นหนึ่งในสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่ของโลก เสือโคร่งแต่ละตัวมีอาณาเขตหรือพื้นที่ครอบครองที่กว้างขวาง โดยพื้นที่อาศัยของเพศผู้มีขนาดใหญ่กว่าเพศเมีย”
“จากงานวิจัยเสือโคร่ง (Panthera tigris corbetti) ของสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ในพื้นที่เขตฯ ห้วยขาแข้ง พบว่า เสือเพศผู้มีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 267-300 ตารางกิโลเมตร ส่วนเพศเมียมีขนาดพื้นที่อาศัยประมาณ 60-70 ตารางกิโลเมตร ซึ่งแต่ละตัวจะมีอาณาเขตหากินของตัวเอง ในธรรมชาติเสือโคร่งอาศัยและออกหากินเพียงลำพัง ไม่พบพฤติกรรมการอยู่รวมฝูง นอกจากช่วงเวลาที่แม่เสืออยู่ในช่วงเลี้ยงดูลูก ส่วนใหญ่เสือโคร่งมักออกล่าเหยื่อในช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด”
นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตต่างเข้าไปคอมเมนต์ถามว่า ทางใต้พันธ์ุไหน โดยทางอุทยานแห่งชาติบางลาง ก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคือมลายู ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคยให้ข้อมูลไว้ ณ วันที่ 2 ธ.ค. 2566 ระบุว่า “การสำรวจพบเสือโคร่ง บางลาง 01 สัตว์ผู้ล่าที่อยู่บนยอดสุดของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ของผืนป่าฮาลา-บาลา เมื่อพูดถึงเสือโคร่งในสมัยก่อน เราสามารถพบได้ในพื้นที่ป่าทางเหนือสุดของโลก บริเวณไซบีเรีย (รัสเซีย) จีน อินเดีย ลาว เมียนมา เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งแต่ละพื้นที่ชนิดย่อยของเสือโคร่งก็แตกต่างกันในพื้นที่”
“อุทยานแห่งชาติบางลาง เราพบเสือโคร่งชนิดย่อยที่มีชื่อว่า เสือโคร่งมลายู เสือโคร่งชนิดย่อยนี้ พบในพื้นป่าจังหวัดชายแดนใต้ของไทย ต่อเนื่องไปในผืนป่าของประเทศมาเลเซีย ในประเทศไทยจึงพบเพียงแค่ในอุทยานแห่งชาติบางลาง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เท่านั้น ส่วนที่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทางภาคกลางและภาคตะวันตก เป็นอีกชนิดย่อยหนึ่งคือ เสือโคร่งอินโดจีน” อีกด้วย…
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ : @อุทยานแห่งชาติบางลาง – Bang Lang National Park






