‘บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)’ ผู้นำด้านพลังงาน ร่วมกับ ‘คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล’ จัดงาน “ดีค้าบ เฟสติวัล” (Decarb Festival) ภายใต้แนวคิด “ดีค้าบ – The Decarb Mission ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์” ระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคม 2568 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของโครงการ “ค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน” (Power Green Camp) และเปิดพื้นที่การเรียนรู้สู่สาธารณะ เพื่อส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

โครงการเพาเวอร์กรีนได้ดำเนินงานมาตลอด 20 ปี โดยเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจด้านสิ่งแวดล้อมแก่เยาวชนทั่วประเทศ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง และเชื่อมโยงความรู้วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมกับการแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวัน ในปีนี้ เยาวชนกว่า 70 คนจากทั่วประเทศที่ได้รับการคัดเลือก ได้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการระหว่างวันที่ 26–28 เมษายน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเรียนรู้ในหัวข้อสำคัญต่างๆ อาทิ คาร์บอนฟุตพรินต์ เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน การเกษตรคาร์บอนต่ำ ระบบขนส่งพลังงานสะอาด และแนวคิดการท่องเที่ยวที่ลดการปล่อยคาร์บอน

‘สินนท์ ว่องกุศลกิจ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูฯ เชื่อมั่นว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการลงทุนในบุคลากร โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของอนาคต เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในการจัดค่ายเพาเวอร์กรีนมาตลอด 20 ปี และในปีนี้เราได้ขยายขอบเขตการเรียนรู้สู่สาธารณะผ่านงาน Decarb Festival เพื่อร่วมกันจุดประกายการเปลี่ยนแปลง”

นอกจากนี้ สินนท์ ยังกล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจพลังงานของบริษัทฯ ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics ที่มุ่งผสานพลังงานหลากหลายรูปแบบเพื่อความยั่งยืน โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในพอร์ตธุรกิจลง 20% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050

“เราตระหนักดีว่าเส้นทางสู่สังคมคาร์บอนต่ำนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกล่าวถึง ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ ที่ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องความเสถียรและต้นทุน อย่างไรก็ตาม เรากำลังลงทุนและศึกษาทางเลือกพลังงานสะอาดแห่งอนาคตอย่างจริงจัง เช่น พลังงานนิวเคลียร์ แอมโมเนีย และไฮโดรเจน รวมถึงเทคโนโลยีด้านระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว” สินนท์ กล่าวเสริม

ในส่วนของภาคการศึกษา ผศ.ดร.อิทธิโชติ จักรไพวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันวิชาการ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนาหลักสูตร การวิจัยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน และการสร้างต้นแบบวิถีชีวิตคาร์บอนต่ำภายในมหาวิทยาลัยเอง โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ พัฒนากระบวนการคิดเชิงวิพากษ์ และเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน

“โครงการ Power Green Camp เป็นตัวอย่างของการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่มีพลัง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลมีความมุ่งหวังให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ไม่เพียงแต่ได้รับความรู้ทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม แต่ยังได้ฝึกฝนกระบวนการคิด การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการนำเสนอความคิด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายสังคม ด้วยความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกที่ได้รับการปลูกฝัง มหาวิทยาลัยเชื่อมั่นว่าเยาวชนเหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการนำพาสังคมไทยไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต” ผศ.ดร.อิทธิโชติ กล่าว

ด้านภาครัฐ ‘ศิวัช แก้วเจริญ’ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2030 และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 และ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2065 ตามแผนงานที่ได้นำเสนอในเวที COP ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนบทบาทของเยาวชนและสถานศึกษา ซึ่งถือเป็นแกนหลักของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว ผ่านโครงการต่างๆ เช่น Eco-School, การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ESD), การสนับสนุนทุนวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม และการบูรณาการแนวคิดคาร์บอนต่ำเข้าสู่หลักสูตรการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษา

“กลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานในอนาคตและเป็นผู้นำทางความคิดในสังคม งาน Decarb Festival และโครงการ Power Green Camp เป็นเวทีสำคัญที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและความรู้ที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการลงมือปฏิบัติจริง ให้แก่กลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานในอนาคตและเป็นผู้นำทางความคิดในสังคม สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับแผนยุทธศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ” ศิวัช กล่าว

ภายในงานดีค้าบ เฟสติวัล ยังมีการจัดเสวนาและกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ หัวข้อ “เชื่อมโยงภารกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ: รัฐ-การศึกษา-เอกชน” และ “20 ปี Power Green Camp สร้างพลังเยาวชนด้วยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม” พร้อมทั้งมีการแสดงผลงานของเยาวชน และนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานสะอาด การจัดการขยะ เทคโนโลยีลดคาร์บอน และการบริโภคที่ยั่งยืน