จากกรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา พบมีราษฎรเสียชีวิต 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ซึ่งมีทั้งหญิงชราพิการทางสายตา และเด็กหญิงวัย 9 ขวบอีกด้วยนั้น
-นราธิวาสเดือด! โจรใต้ถล่มยิงบ้านดับ 3 เจ็บ 2ยังไม่ทันคลี่คลาย ซ้ำยิงป้า 76 ดับกลางถนน!
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก@Supachaj Yeewangkong Na Phatthalung ได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวไว้อาลัยต่อการจากไปของ “น้องเมย์” หนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิต โดยระบุว่า “รอยยิ้มสุดท้ายของ “น้องเมย์” เช้าวันที่ 10 กันยายน 2567 เรายืนกันอยู่ใต้ชายคาบ้านเก่าๆ ในหมู่บ้านปลักปลา ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ ท่ามกลางสภาพบ้านที่ขัดสน แต่กลับมีรอยยิ้มเล็กๆ จากเด็กหญิงคนหนึ่ง “น้องเมย์” เด็กหญิงผิวคล้ำ ใบหน้าน่ารัก และดวงตาใสแจ่ม (ยืนหันหลัง) เธอเอาแต่ยิ้ม ไม่พูด…ไม่ตอบ เพราะน้องพิการทางการได้ยินและการพูดมาตั้งแต่กำเนิด
วันนั้น ผมมีโอกาสติดตามไปกับคณะของท่าน ว่าที่ ร.ต.จิรัสย์ ศิริวัลลภ นายอำเภอตากใบ ในขณะนั้น (ปัจจุบันท่านดำรงตำแหน่งปลัดจังหวัดปัตตานี) ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านตามปกติ โดยมีหมอน๊อต สาธารณสุขอำเภอตากใบ และ ทีม รพ.สต.โคกยาง เป็นผู้นำพาไป ท่านนายอำเภอเห็นว่าเด็กคนนี้ไม่ควรตกหล่นจากระบบการศึกษา หมอน็อต และเจ้าหน้าที่พยายามพูดคุยกับครอบครัว ช่วยกันโน้มน้าว พูดเกลี้ยกล่อมด้วยความเมตตาและความหวัง สุดท้าย… “น้องเมย์” ได้ไปเข้าเรียนที่ศูนย์การศึกษาพิเศษตากใบ ซึ่งอยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลตากใบเอง ไม่นานนัก ครูประจำศูนย์ก็แจ้งข่าวดีว่า น้องมีพัฒนาการ เริ่มยิ้ม เริ่มรู้จักตอบสนอง และเรียนรู้มากขึ้น พวกเราเอง…ก็ดีใจเงียบๆ มันเหมือนต้นกล้าเล็กๆ ที่เพิ่งได้รับแสงแดดแรกของชีวิต

แต่แล้ว… วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 19.45 น. เสียงปืนจากคนใจร้ายได้พรากทุกอย่างไป “น้องเมย์” หรือ เด็กหญิงสสิดา จันทร์คง อายุ 9 ปี เสียชีวิตในบ้านของตนเอง พร้อมปู่และญาติอีกหนึ่งราย เธอกลายเป็นเหยื่อของเหตุความไม่สงบที่ไร้สำนึก ไม่มีเวลาแม้แต่จะร้องขอชีวิต — เพราะเธอไม่อาจได้ยินเสียงปืนเลยด้วยซ้ำ
เด็กหญิงที่ไม่เคยพูด… ถูกพรากไปก่อนที่จะได้พูดคำว่า “ครู” หรือ “แม่” ภาพถ่ายเมื่อวันนั้น — วันที่เราเคยยืนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน กลายเป็นภาพสุดท้ายของการพบกัน เด็กที่ไม่เคยทำร้ายใคร กลับต้องมารับเคราะห์จากความเชื่อที่บิดเบี้ยว ที่แยกคนออกจากกันด้วยเส้นแบ่งเขตของชาติพันธุ์ ศาสนา หรืออุดมการณ์ปลอมๆ
หากสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “การต่อสู้เพื่ออัตลักษณ์ หรืออุดมการณ์” กลับลงเอยด้วยการยิงใส่เด็กหญิงคนหนึ่งในบ้านของเธอเอง เราอาจต้องทบทวนแล้วว่า ”อัตลักษณ์ หรืออุดมการณ์“ นั้นยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ไหม..
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Supachaj Yeewangkong Na Phatthalung



