ไล่ตั้งแต่มีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะมีชื่อเป็นเป้าโดนปรับออก เขี่ยพ้นตำแหน่งมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุครัฐบาล ”เศรษฐา ทวีสิน“ อดีตนายกรัฐมนตรี มีรายชื่อปรากฎแต่เจ้าตัวสยบข่าวลือ ข่าวปล่อยรอดมาได้ทุกครั้ง
แต่ล่าสุด “พีระพันธ์” โดนเล่นงานหนักอีกระลอก “สนธิญา สวัสดี” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตรวจสอบประเด็นการถือหุ้นในบริษัทเอกชน และการดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร หลังรับตำแหน่งรองนายกฯและรมว.พลังงานแล้ว ส่อผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 รัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท
ยังคงกัดไม่ปล่อย เป้าหมายหวังโค่นหลุดจากเก้าอี้ในครม. ตามต่อด้วยยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบและส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคุณสมบัติ “พีระพันธุ์” อาจกระทำการส่อผิดต่อรัฐธรรมนูญ และจริยธรรมอย่างร้ายแรง แต่ในประเด็นนี้ “พีระพันธุ์” ยังไม่ได้ออกมาชี้แจง นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ตามที่หลายคนวิเคราะห์ว่าไม่น่าพลาด เพราะเป็นนักกฎหมายย่อมดูดี ไม่น่าตกม้าตายง่ายๆกับประเด็นแบบนี้
เท่านั้นยังไม่พอ “พีระพันธุ์” ยังโดน ป.ป.ช.ตรวจสอบกรณีแจกถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งได้รับการสนับสนุนมาจากบริษัท ปตท. จำกัด แต่กลับมีการติดสติกเกอร์ป้ายชื่อ พร้อมกับหน้าตัวเองที่ข้างถุง และมีการใส่ถุงข้าวสารของตัวเองลงไปด้วย ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าข้อกล่าวหามีมูล และได้เชิญมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 พ.ค.นี้
โดย “พีระพันธ์” ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาพร้อมไปชี้แจง หากมีการเชิญไป และรู้เรื่องนี้แล้วมีการกลั่นแกล้งมาตั้งนานแล้ว
ขณะที่ลูกพรรคอย่าง “เสธหิ“ หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้อำนวยการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ออกโรงแจงทันทีว่า นายพีระพันธุ์ไม่มีความผิดเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดจากความหวังดีของทีมทำงาน สส.นครศรีธรรมราช โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ แต่เมื่อท่านเห็นได้แจ้งทีมงานให้แก้ไข และไม่ได้แจกถุงยังชีพต่อ ยืนยันนายพีระพันธ์ุ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย และไม่ได้มีเจตนาที่แสวงหาประโยชน์จากเรื่องนี้แต่อย่างใด
แน่นอนว่าหาก ป.ป.ช.ตรวจสอบพบว่ามีมูลความผิดจริง มีผลทันทีให้รัฐมนตรีสิ้นสุดลงหยุดปฏิบัติหน้าที่ถอดถอนจากตำแหน่งต่อไป และสิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้น ป.ป.ช.ก็จะดำเนินคดีอาญาฐานจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จทันที แต่อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทั้ง 2 คดีนี้ ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการสรุปสำนวนชี้มูลความผิด เพียงแค่เรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ดังนั้นถือว่านายพีระพันธุ์ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่



