เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พา นายบอย (นามสมมุติ) เยาวชนวัย 16 ปี พร้อมด้วย นายฉัตรชัย เมืองคุ้ม หรือ ท็อป อายุ 35 ปี ผู้เสียหายอีกราย นำหลักฐานเป็นเศียรพ่อแก่ พระพิฆเนศ เครื่องบูชา เครื่องครอบครู และเครื่องรางของขลัง เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ให้ดำเนินคดีกับหมอดูชื่อดัง “อาจารย์เสรี” หลังมีพฤติกรรมหลอกลวง ทำให้เยาวชนมีสภาพจิตใจผิดปกติ และสูญเสียทรัพย์สินรวมกว่า 5 แสนบาท
นายบอย เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อ 2 ปีก่อน เพื่อนแนะนำให้ไปดูดวงเสริมเสน่ห์กับ “อาจารย์เสรี” จากนั้นหมอดูก็เริ่มชักชวนให้ไปเช็กดวง และฝึกสมาธิโดยให้ยึดอาจารย์เสรีเป็นที่พึ่งทางใจ พร้อมแนะนำให้บูชาเศียรพ่อแก่ อ้างว่าจะทำให้เติบโตในหน้าที่การงาน ตนหลงเชื่อจึงจ่ายเงินบูชาไป 2 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ตนถูกหมอดูคนดังกล่าวหลอกให้โอนเงินสดและเงินผ่านบัญชีหลายครั้ง รวมเป็นเงินเก็บสะสมและเงินอั่งเปากว่า 5 แสนบาท
ล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ตนมีแฟนใหม่ และอยากให้ความรักราบรื่น “อาจารย์เสรี” แนะนำให้เจาะเลือดที่นิ้วชี้ซ้ายไปทำพิธีเสริมดวง แต่หลังจากนั้นความสัมพันธ์กลับแย่ลงจนต้องเลิกรา ทำให้ตนเริ่มตระหนักว่าถูกหลอกลวง
ด้าน นายฉัตรชัย เล่าว่า “อาจารย์เสรี” ทักว่ามีคนตัวเปียกตามหลังตน ทำให้ตนจิตตก เนื่องจากเคยมีเพื่อนจมน้ำเสียชีวิต จากนั้นก็แนะนำให้ทำพิธีไล่สิ่งไม่ดี เสียเงินไปหลักร้อยบาท ต่อมาหมอดูคนเดิมทักว่าตนถึงฆาต ต้องทำพิธีเปลี่ยนดวง พร้อมอ้างว่ามีองค์ปู่อยู่ในตัว ต้องทำพิธีรับปู่รับขันครู ตนหลงเชื่อทำตามมาตลอดเกือบ 5 ปี
กระทั่ง “อาจารย์เสรี” ย้ายมาอยู่ใกล้บ้าน ทำให้ตนไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งจนสนิทและไว้ใจ ต่อมาตนถึงขั้นยกบ้านให้หมอดูคนดังกล่าวใช้ประกอบพิธี ระยะหลังตนสังเกตว่าอาจารย์เสรีพยายามตีสนิทกับยายของตน และใช้บ้านยายทำพิธี ตั้งหิ้งบูชาต่างๆ ทุกเย็นจะเรียกตน ยาย และลูกศิษย์คนอื่นๆ มาหา และทุกครั้งที่เจอ หมอดูจะมีท่าทีเหมือนมีองค์ปู่เข้าสิง พูดเสียงดัง เคี้ยวหมาก ตะคอก ทำให้ตนจิตตก และชักชวนให้ทำพิธีต่างๆ เช่น ซื้อเศียรพ่อปู่ เครื่องบูชา รวมถึงชักชวนให้ลงทุนเปิดตำหนัก แต่ตนเริ่มรู้สึกว่าชีวิตแย่ลงและสูญเสียเงินทองไปหลายหมื่นบาท จึงพยายามตีตัวออกห่าง
ด้าน นายรณณรงค์ กล่าวว่า พฤติกรรมของหมอดูรายนี้ เข้าข่ายความผิดถึง 6 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกง, พรากผู้เยาว์, พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก, ค้ามนุษย์, พ.ร.บ.สาธารณสุข และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการหลอกลวงจนเยาวชนมีสภาพจิตใจผิดปกติและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก จึงนำผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ บก.ปคม. เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ขอบคุณภาพจากรายการ โหนกระแส



