จากกรณีมีการรายงานข่าวอย่างแพร่หลายผ่านสื่อมวลชน ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการทยอยเรียกแจ้งข้อกล่าวหาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลอตแรกจำนวน 60 คน ในคดีฮั้วเลือก สว. ผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ตามมาตรา 32 มาตรา 36 มาตรา 62 มาตรา 70 และมาตรา 77 กระบวนการหลังจากนั้น สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ กกต. เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา เนื่องจาก กกต. เป็นระบบไต่สวน ฉะนั้น หากเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาแล้วไม่มาพบเจ้าหน้าที่ ก็ถือว่าประสงค์ไม่ให้การชี้แจง แต่จะไม่ถึงขั้นขอศาลออกหมายจับ
แต่ กกต. จะเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาเรื่องการทุจริตเพื่อออกใบแดง และส่งเรื่องเพิกถอนสิทธิ สว. ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต่อไปนั้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่านายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ได้ออกมาปฏิเสธว่า “เรื่องนี้ไม่มีมูล ได้ยินแต่ข่าว” ยังมีการจับตาอย่างต่อเนื่องว่า วันนี้ (8 พ.ค.) จะทยอยเรียกตัวเข้ามา ซึ่งหากเป็นไปตามข่าว ชุดที่มีอำนาจเรียกก็จะเป็นชุดที่ กกต. ตั้งขึ้นมาโดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร่วมด้วย
สำหรับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ที่ กกต. ตั้งขึ้นมีทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย 1.ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน 2.พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจน์นิรันด์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน 3.นางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวน สอบสวน 1 เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน 4.นายชาญชัย สมาคม ผอ.สำนักสืบสวน สอบสวน 2 เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน 5.นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอก เงินทางอาญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน 6.นายเอกรินทร์ ดอนดง ผอ.ส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ ของคดีเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน และ 7.นายประเคียง เพียรดี ผอ.ฝ่ายสืบสวน สอบสวน 5 เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน
อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ค. มีรายงานข่าวจากสำนักงาน กกต. แจ้งว่า จากกรณีมีการเสนอข่าวผ่านสื่อมวลชน กรณี “ฟ้าผ่าวุฒิสภา! กกต.ลงดาบฟัน “60 สว.ตัวเป้ง” ยื่นศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ 138 สว.น้ำเงินวงแตกวิ่งเต้นอ้างนายใหญ่เคลียร์แล้ว DSI ตอกฝาโลง แจ้งจับ “อั้งยี่ฟอกเงิน” ส่งอัยการส่อคุก” นั้น ต้องชี้แจงดังนี้
- คณะกรรมการ กกต. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 26 ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต. และเจ้าหน้าที่ของ DSI ร่วมกันดำเนินการไต่สวน กรณีมีการกล่าวหาการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
- ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ซึ่งเป็นขั้นที่ 1 ของการดำเนินการตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566
- กรณีถ้าการดำเนินการไต่สวนแล้วมีมูลหรือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว หรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 จะมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกกล่าวหาตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวนฯ เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว
- การดำเนินการของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ยังอยู่ในขั้นที่ 1 เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วจะเสนอสำนักงานกกต. (เลขาธิการกกต. หรือรองเลขาธิการกกต.ที่ได้รับมอบหมาย) พิจารณา ตามขั้นที่ 2 และขั้นที่ 3 เสนอคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง และขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เสนอให้คณะกรรมการกกต.พิจารณาชี้ขาดหรือสั่งการ
ดังนั้น ข่าวที่ปรากฏ จึงคลาดเคลื่อนจากขั้นตอนตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวน และวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2566
รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ อนุกรรมการชุดต่างๆ ของ กกต. มีประมาณ 20 กว่าคณะ ซึ่งตอนนี้แต่ละคณะได้หยิบยกเรื่องร้องเรียนคดีฮั้วเลือก สว. ขึ้นมาพิจารณาเป็นลำดับแรก ส่วนคดีอื่นๆ ยังรอเวลาได้ ให้พักไว้ก่อนค่อยพิจารณาต่อเป็นลำดับถัดไป ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ได้ขอสรุป เกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนฮั้วเลือก สว. จบภายใน 1 ปี ซึ่งจะครบในเดือนกรกฎาคมนี้



