เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงว่า ตนพร้อมกลุ่ม สว. อาทิ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย นายประภาส ปิ่นตบแต่ง ได้ร่วมยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา ทั้งนี้ร่างดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม โปร่งใสและตรวจสอบถ่วงดุล เพราะเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ดี ไม่ใช่มีเพียงเนื้อหาที่ดี แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน และเกิดจากกระบวนการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม สำหรับเนื้อหากำหนดให้มีสภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง 200 คน แบ่งเป็นเลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคล ที่เชี่ยวชาญหรือมีข้อเสนอเชิงนโยบายรวมกลุ่มกัน จำนวน 100 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน กำกับกระบวนการจัดทำ รธน. และเชื่อมโยงของประชาชนเข้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ

นายนรเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ให้มีกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน  มาจากการสรรหาของรัฐสภา ผ่านกระบวนการเปิดรับสมัคร และกลั่นกรองคุณสมบัติ ที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภารับฟังความคิดเห็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ไม่สามารถเข้ารับการสรรหาได้ ขณะที่หน้าที่ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่นำความคิดเห็นของประชาชน มาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุ ต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน รวมถึงต้องรายงานความคืบหน้าของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และกระบวนการยกร่างต่อที่ประชุมรัฐสภาทุกๆ 60 วัน และเปิดเผยขั้นตอนให้ตรวจสอบได้ ทั้งถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยรายงานประชุม เผยแพร่เอกสาร เปิดระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายมาตรา เพื่อให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา

นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องส่งให้รัฐสภาอภิปรายและให้ข้อสังเกต แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขเนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงเนื้อหา จากนั้นให้ส่งความเห็นข้อสังเกตให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญไปปรับปรุงเนื้อหา จากนั้นส่งให้สภารับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คือให้ประชาชนตัดสินใจว่า จะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ  ทั้งนี้ตนมองว่าการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการ และประชาชนสามารถให้ความเห็น ตรวจสอบกระบวนการได้ จะเพิ่มความเชื่อมั่น เชื่อใจในกระบวนการที่จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการตัดสินใจว่าประชาชนจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“ผมได้ประสานไปยังตัวแทนพรรคการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อนำเสนอหลักการ และขอเสียงสนับสนุน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อ ประมาณ 140 คน โดยขณะนี้มีสว.ที่ร่วมสนับสนุนร่างแล้ว 10 คน ยอมรับว่าไม่ง่าย ที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกรัฐสภาได้ แต่มองว่าแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะมีข้อแตกต่างกัน แต่ควรได้รับโอกาส ให้ได้เข้าไปนำเสนอหลักการในรัฐสภาและใน กมธ.ด้วย” นายนรเศรษฐ์ กล่าว

ด้านนายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม รธน. ซึ่งอาจใช้เวลา ดังนั้นขอเรียกร้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา รอภาคประชาชน เพื่อลดครหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง