เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ มีการแถลงข่าว การมอบเงินเยียวยาที่มาจากการเจรจาระหว่างผู้แทนกิจการร่วมค้า บริษัท ไชน่า เรลเวย์ และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ให้กับญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในชุดแรกจำนวน 21 ราย โดยญาติผู้เสียชีวิตจะได้เงินช่วยเหลือรายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจะได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 200,000 บาท โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน
นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวว่า สภาทนายความได้ร่วมเจรจากับกรมคุ้มครองสิทธิฯ และกิจการร่วมค้า จากการประสานความร่วมมือได้มีการพูดคุยได้ข้อสรุปว่า ทางกิจการร่วมค้าจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เสียชีวิต 1 ล้านบาท ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บรายละ 2 แสนบาท เป็นการช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมไม่เกี่ยวกับคดีความใดๆ ทั้งสิ้น สภาทนายความได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 คณะ โดยคณะแรกได้ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เสียหาย คณะที่ 2 เป็นคณะพิจารณาช่วยเหลือเงินแก่ผู้เสียหาย และเอกสารหรือผู้ที่ผ่านการพิจารณาจะได้พิจารณาจากคุณสมบัติของผู้เสียชีวิตมีการยืนยันจำนวน 12 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการประสานงานการตรวจสอบคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้
ด้าน น.ส.ดวงดาว เกียรติพิศาลสกุล รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า เราเข้ามาร่วมเป็นคณะทำงานในการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาเงินแก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ เราได้ช่วยในการตรวจค้นทายาทของผู้เสียชีวิตเพื่อความถูกต้องของข้อมูลได้ทำการตรวจเช็กและได้นำข้อมูลส่งให้กับทางเลขาธิการสภาทนายความเพื่อช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายต่อไป ส่วนในเรื่องของคดีความ เรามี พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหายค่าทดแทนผู้เสียหายและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา เราต้องรอผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

ด้านนายเกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโสกิจการร่วมค้า ITD-CREC กล่าวว่า ก่อนอื่นตนขอแสดงความเสียใจแก่ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ โดยทั้งกิจการร่วมค้าไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีการประสานงานกันตั้งแต่วันแรกเพื่อรวบรวมข้อมูลจากบริษัทที่เข้าไปร่วมทำงานในไซต์งานก่อสร้างมีมากกว่า 10 บริษัท และจำนวนคนงาน 300 ราย แต่มีตัวเลขผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมถึงสูญหาย 109 ราย ที่ทางเราจะให้การเยียวยา แต่วันนี้ที่เราจ่ายเงินเยียวยาครั้งแรกก่อนจำนวน 21 ราย เพราะว่าข้อมูลยังไม่ครบถ้วน อีกทั้งตนยังไม่อยากให้เกิดปัญหาในภายหลัง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ อีกทั้งทางนิติเวชสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทำให้ต้องรอผลในส่วน 60 กว่าราย
นอกจากนี้เรายังได้ทำการรวบรวมข้อร้องเรียนต่างๆ เพื่อดำเนินการตรวจสอบหลังจากนั้นโดยได้รับความกรุณาจากสภาทนายความและทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้ช่วยเหลือเข้ามาเป็นตัวการในการประสานงานให้ทางกิจการร่วมค้าได้ดำเนินการร่วมกับทางสภาทนายความ ภายหลังได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการมีหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเพื่อไปทำศพรายละ 5 หมื่นบาทหรือค่าปลงศพตามจริง ส่วนผู้บาดเจ็บให้รายละ 1 หมื่นบาทโดยไม่เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม ตนขอยืนยันว่า เงินที่เยียวยาให้กับผู้เสียหายในวันนี้เป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่มีผลทางคดีอย่างแน่นอน

ขณะที่นายศุภมิตร ตัวแทนบริษัท ซีอาร์อีซี นัมเบอร์ 10 จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ ยังไม่มีบทสรุปจากพนักงานสอบสวนโดยทางกิจการร่วมค้า บริษัท ไชน่า ต้องการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เหตุเกิดได้มีการจัดงานศพและมีการช่วยเหลือมีการจ่ายค่ารักษาพยาบาล กระทั่งมาถึงวันนี้แค่ค่าปลงศพ ค่ารักษาพยาบาลต้องมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตโดยไม่จำเป็นต้องรอผลทางคดีได้ ฉะนั้นเราจึงยอมจ่ายเงินช่วยเหลือแม้ในวันนี้จะยังไม่รู้ว่าบทสรุปใครจะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ คณะกรรมการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหาย สภาทนายความ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติเวช กรมคุ้มครองสิทธิฯ เหตุผลของการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพราะมีผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาร้องเรียนกับทางกิจการร่วมค้าว่าเป็นผู้ญาติของผู้เสียชีวิต ทั้งที่เราก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าเป็นลูกจริงหรือไม่ จึงเกรงว่าการจ่ายเงินช่วยเหลือจะช่วยเหลือถูกคนหรือไม่ และจะกลายเป็นปัญหาในภายหลังจึงเป็นเหตุผลที่จะต้องใช้เวลาในการพิจารณาจากกรมคุ้มครองสิทธิฯ การตรวจสอบหลักฐานความเป็นญาติที่แท้จริง โดยขณะนี้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว 21 ราย และจะมีการเร่งพิจารณาที่เหลือต่อไป
น.ส.มาลินี วัชราสิน กรรมการและเลขานุการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหาย กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะผู้รับเรื่องสำหรับผู้เสียชีวิตที่ญาติยังไม่ได้ส่งเอกสาร ขอให้ทางญาติส่งเอกสารและจะได้ทำการยืนยันกับทางสถานทูตเมียนมา และทางเราได้ประสานกับทางกิจการร่วมค้าในการตอบกลับไปว่าอิตาเลียนไทย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ เพื่อตรวจสอบการยืนยันอีกครั้ง เพื่อจะได้มอบการช่วยเหลือให้แก่ญาติผู้เสียชีวิตที่เหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ทางคณะกรรมการพิจารณาการจ่ายเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 21 ราย ประกอบด้วย กลุ่มแรก เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รายละ 2 แสนบาท จำนวน 9 ราย และกลุ่มที่ 2 บุคคลผู้มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กรณีเสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท จำนวน 12 ราย



