เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความเดือดร้อนจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดสระแก้วและสมุทรปราการ ที่เผชิญกับภัยธรรมชาติอย่างหนักหน่วง
ในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับอำเภออรัญประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ ตลาดโรงเกลือ ตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และมีระดับน้ำสูงเป็นประวัติการณ์
พ.ต.อ.ภัทรกร ขาวนวล ผกก.สภ.คลองลึก พร้อมด้วย พ.อ.เมธี คำเต็ม ผบ.ชค.ทพ.12 ได้บูรณาการกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารพราน ฝ่ายปกครอง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำรอการระบายอย่างเต็มที่
สถานีตำรวจภูธรคลองลึก ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางบริเวณตลาดโรงเกลือ โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง เนื่องจากขณะนี้ยังมีฝนตกและน้ำท่วมขังในหลายจุด หากรถเกิดปัญหา สามารถโทรแจ้งสายด่วน 191 เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที
จากภาพและคลิปวิดีโอที่ประชาชนโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นสภาพน้ำปริมาณมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ตลาดโรงเกลืออย่างรวดเร็ว เนื่องจากลักษณะพื้นที่ที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำจากฝนที่ตกหนักไหลมารวมกัน ก่อนที่จะระบายลงสู่คลองลึก บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ทัน ผู้ค้า แรงงาน และผู้ที่เข้ามาจับจ่ายซื้อของ ต้องเดินลุยน้ำสูงถึงระดับเข่า บางรายต้องจูงรถจักรยานยนต์ฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
สถานการณ์น้ำท่วมในตลาดโรงเกลือทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมห้องแถวร้านค้าทุกห้อง สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับสินค้าของผู้ค้าจำนวนมาก ถนนหนทางทุกสายภายในตลาดถูกน้ำท่วมจนยานพาหนะไม่สามารถสัญจรได้ และน้ำยังไหลทะลักเข้าไปในรถยนต์ที่จอดอยู่จนได้รับความเสียหาย
ไม่เพียงเท่านั้น สภาวะน้ำท่วมดังกล่าวยังส่งผลกระทบไปยัง เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่อยู่ติดกับตลาดโรงเกลือ เนื่องจากระบบระบายน้ำที่ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ชาวกัมพูชาในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้กัน
ขณะเดียวกัน ในเขต เทศบาลเมืองอรัญประเทศ เองก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วมเช่นกัน จากปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานจนเกินกว่าระบบระบายน้ำจะรองรับได้ น้ำได้ไหลเอ่อท่วมพื้นที่และไหลเข้าสู่ย่านค้าขายและบ้านเรือนของประชาชน สร้างความเสียหายอย่างหนัก
ด้านจังหวัดสมุทรปราการ ก็เผชิญกับอิทธิพลของพายุฤดูร้อนอย่างหนักหน่วงเช่นกัน โดยตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 10 พฤษภาคม ได้เกิดพายุฝนพัดถล่มในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง
ที่บริเวณหน่วยเลือกตั้งปากซอยยัวซ่า ในเขตเทศบาลบางปู ถูกลมพายุพัดจนเต็นท์ล้มระเนระนาดพังเสียหาย ขณะที่ป้ายรถประจำทางใกล้เคียงก็ถูกต้นไม้โค่นล้มทับจนเสียหาย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากการสำรวจริมถนนสุขุมวิทขาเข้าปากน้ำ พบว่าร้านค้าหลายร้านได้รับผลกระทบอย่างหนัก ข้าวของพังเสียหาย หลังคาปลิวว่อน โดยมีรายงานว่าแผ่นหลังคาของร้านค้าปลิวไปติดอยู่บนซุ้มทางเข้าสวางคนิเวส บางส่วนปลิวไปติดบนเสาไฟฟ้า และตกอยู่หน้าร้านอาหาร บางส่วนยังปลิวไปถูกสายไฟฟ้าจนขาด ทำให้เกิดไฟฟ้าดับในหลายจุด





