นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย ตามที่บอร์ดเอไอแห่งชาติ ได้ประชุมนัดแรกไปแล้วนั้น ได้มีการพูดถึงกรอบเป้าหมายในระยะสั้น กลาง และยาว ในการนำเอไอมาพัฒนาประเทศ โดยในระยะสั้นเน้นสร้างการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้งานเอไอ ให้เกิดขึ้นในประเทศภายในปีนี้ ส่วนเป้าหมายระยะกลางถึงยาว คือภายใน 3 ปี ประเทศไทยจะต้องผลิตบุคลากรด้าน เอไอ อย่างน้อย 100,000 คน

“ในการประชุมมีการหารือถึงการปรับหลักสูตรการศึกษา เพื่อปูพื้นฐานด้าน เอไอ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เช่น ประเทศจีนที่เริ่มสอน เอไอ ในโรงเรียนตั้งแต่ประถมศึกษาชั้นต้น ดังนั้น ประเทศไทยต้องเร่งอัปเกรด ปรับและพัฒนาการศึกษาทั้งระบบเพื่อรองรับอนาคต ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันสมองไหล โดยเฉพาะกลุ่มคนเก่งด้าน เอไอ ที่อาจถูกดึงตัวโดยต่างประเทศ  ซึ่งยอมรับว่า ประเทศไทยไม่ใช่เจ้าของเทคโนโลยี แต่จะเน้นการใช้งานที่เหมาะสมในภาคธุรกิจและบริการ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสำคัญ จึงมีเงื่อนไขว่า หากต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย จะต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีควบคู่ไปด้วย หวังว่าจะเป็นก้าวใหญ่ของประเทศในการขึ้นเป็นผู้พัฒนา เอไอ ไม่ใช่เพียงผู้ใช้เท่านั้น”

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ส่วนการลงทุนนั้น ทางรัฐบาลยังอยู่ระหว่างจัดทำตัวเลขการลงทุนของรัฐในด้าน เอไอ ซึ่งยังไม่ชัดเจน แต่คาดว่าจะอยู่ในระดับหมื่นล้านบาทขึ้นไป และหากนับรวมการลงทุนในระบบนิเวศ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ การพัฒนาแพลตฟอร์ม และการเชื่อมโยงข้อมูลจากต่างประเทศด้วยแล้ว อาจสูงถึง 400,000-500,000 ล้านบาท สำหรับบอร์ดเอไอแห่งชาติ จะต้องมีการเสนอรายชื่อเพิ่มเติม  โดยต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งจากฝั่งภาครัฐ เช่น กระทรวงดีอี กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงมีตัวแทนจากสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มภาคเอกชนที่จัดตั้งตามกฎหมาย