สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่า ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในพิธีลงนามข้อตกลงหลายฉบับ รวมถึง การที่รัฐบาลริยาดจะซื้ออาวุธเพิ่มเติมจากสหรัฐ คิดเป็นมูลค่ารวมสูงเกือบ 142,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.72 ล้านล้านบาท)


ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐอีกอย่างน้อย 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 19.98 ล้านล้านบาท) และอาจขยายเพิ่มไปเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33.30 ล้านล้านบาท) ซึ่งข้อตกลงฉบับนี้ ทรัมป์ลงนาม และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงลงพระประมาภิไธยด้วยพระองค์เอง

ข้อตกลงดังกล่าว รวมถึงการที่บริษัท “ดาตาโวลต์” ของซาอุดีอาระเบีย จะลงทุนด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในสหรัฐ เป็นวงเงินประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านกูเกิลจะลงทุนเพิ่มเติม ทั้งในสหรัฐและซาอุดีอาระเบีย


สำหรับการเยือนซาอุดีอาระเบียครั้งนี้ ถือเป็นอีกครั้งที่ทรัมป์ “แหวกธรรมเนียมทางการทูต” ของประธานาธิบดีสหรัฐ ด้วยการเลือกเยือนประเทศนอกยุโรปก่อน อนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เมื่อทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นสมัยแรก ซาอุดีอาระเบียคือจุดหมายแรกของทรัมป์ ในการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ


ขณะที่นอกเหนือจากการเจรจาระหว่างทรัมป์กับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด “ซึ่งทรงเป็นผู้นำโดยพฤตินัย” ของซาอุดีอาระเบีย ให้เพิ่มการลงทุนกับสหรัฐ ที่รวมถึงการซื้ออาวุธ มีแนวโน้มสูงด้วยว่า จะขยายไปถึง ความพยายามอันยาวนานของรัฐบาลวอชิงตัน ในการให้ซาอุดีอาระเบียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล แต่รัฐบาลริยาดยังคงยืนกราน การต้องรับรองสถานะรัฐของปาเลสไตน์ก่อน.

เครดิตภาพ : AFP