เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูง พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตร์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 จัดการประชุมบริหารสัญจรเพื่อวางแนวทางการบริหารงานและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ได้ประกาศความพร้อมในการเปิดที่ทำการกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) ณ ที่ทำการแห่งใหม่ อำเภอแม่ริม ในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญในการรับมือภัยไซเบอร์ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือและภาคกลางตอนบน

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การจัดตั้ง บก.สอท.4 ในส่วนภูมิภาคนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่สามารถแจ้งความและขอรับบริการเกี่ยวกับคดีทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเดินทางไกลเข้ากรุงเทพฯ
ในการแถลงข่าววันเดียวกัน ผบช.สอท. ได้เผยผลงานสำคัญที่ผ่านมา ซึ่งเน้นย้ำความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะ
เรื่องที่ 1 การทลาย 3 เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ภาคเหนือ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้สืบสวนและเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ในจังหวัดเชียงรายและพะเยา สามารถทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ชื่อดัง ได้แก่ CS68, DRAGON88 และ Webdee999 จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 3 เครือข่ายมียอดเงินหมุนเวียนรวมกันสูงกว่า 274 ล้านบาท มีสมาชิกผู้เล่นจำนวนมาก โดยได้จับกุมผู้ต้องหาซึ่งทำหน้าที่ดูแลระบบ (แอดมิน) ได้หลายราย พร้อมยึดของกลางที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ และอยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องในขบวนการทั้งหมด

เรื่องที่ 2 ช่วยเหลือเหยื่อตามโครงการ “ปิดบัญชี ตามล่าม้า คว้าเงินคืน EP.5” ซึ่งโครงการนี้มุ่งเน้นการติดตามเงินคืนให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลืออดีตข้าราชการบำนาญ วัย 77 ปี ซึ่งถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมจนเงินในบัญชีถูกโอนออกไปกว่า 8 แสนบาท หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนติดตามเส้นทางการเงิน ประสานงานกับธนาคาร จนสามารถอายัดเงินในบัญชีปลายทางคืนมาได้ทันท่วงทีเป็นจำนวน 797,601 บาท และได้ส่งมอบคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ขณะเดียวกันก็ได้จับกุมเจ้าของบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้ฝากเตือนประชาชนถึง 4 พฤติกรรมหลักที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวง คือ หลอกให้โลภ, หลอกว่ามีเวลาจำกัด, หลอกให้กลัว (เช่น แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ) และหลอกให้อยู่คนเดียว พร้อมแนะนำว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์เหล่านี้ ให้รีบปรึกษาคนรอบข้างทันที หรือโทรสายตรงที่ 1441 ซึ่งตำรวจไซเบอร์พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมิจฉาชีพ โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีข้อมูลประชาชนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากข้อมูลที่รั่วไหล และอาชญากรรมออนไลน์ได้กลายเป็นอาชญากรรมที่ทำรายได้สูงสุดให้กลุ่มอาชญากรทั่วโลก โดยสถิติในปี 2567 มีผู้เสียหายจากคดีออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 1,200 รายต่อวัน รูปแบบการหลอกลวงก็พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การที่ตำรวจไซเบอร์มีหน่วยงานในส่วนภูมิภาค เช่น บก.สอท.4 จะช่วยให้การประสานข้อมูลกับผู้เสียหายรวดเร็วขึ้น สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้เสียหายได้ทันเวลา พร้อมเน้นย้ำว่าตำรวจไซเบอร์เป็นตำรวจส่วนกลางที่พร้อมเป็นที่พึ่งให้กับทั้งประชาชนและหน่วยงานตำรวจด้วยกันเอง โดยเฉพาะในการรับมือกับอาชญากรรมบางประเภทตามข้อกำชับของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เช่น การปราบปรามผู้มีอิทธิพลและการซื้อขายอาวุธปืนทางออนไลน์
“ประชาชนต้องตระหนักรู้ว่าภัยอาชญากรรมออนไลน์เหมือนเชื้อโรค ท่านต้องป้องกันตัวเอง ถ้ารู้เท่าทันเราก็จะไม่เกิดความเสียหาย” ผบช.สอท. กล่าว



