รายงานข่าวจาก สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า จากกรณีคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ได้มีการประชุมพิจารณาระเบียบวาระเกี่ยวกับการคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ ว่าจะสามารถร่วมทำหน้าที่กรรมการร่วมพิจารณาระเบียบวาระเกี่ยวกับบริษัทในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น ได้หรือไม่
หลังจากที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาสั่งจำคุก ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 แต่ได้รับการประกันตัวและอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์ และยังคงปฏิบัติหน้าที่ใน กสทช. อย่างต่อเนื่อง โดยทาง บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือคัดค้านไม่ให้ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง พิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัท ทรูฯ ไปยังศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง และ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. โดยตรง
ซึ่งในที่ประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 5/2568 (ต่อเนื่อง) วันที่ 19 ก.พ. และ 21 ก.พ. 2568 เมื่อถึงการพิจารณาระเบียบวาระที่เกี่ยวข้องกับ ทรู ทางประธาน กสทช. ได้หารือในเรื่องจดหมายของทรู ซึ่งบอร์ดมีความเห็นแตกต่างกัน สุดท้ายแล้ว ที่ประชุม กสทช. มีมติให้นำเรื่องนี้หารือต่ออนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช.
แหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ได้ประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณา การคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง โดยที่ประชุมได้มีมติร่วมกันว่า 1.การที่ทรูจะสามารถเรียกร้องได้ต้องเป็นบริษัทที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น ซึ่งก็คือ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ที่เป็นนิติบุคคลที่เป็นคู่กรณี ไม่ใช่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งไม่สามารถมาเหมารวมกันได้ทั้งหมด 2.จะต้องเป็นการร้องเฉพาะเรื่องนั้นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่รวมการพิจารณาเรื่องอื่นๆ และ 3.หากไม่มีการร้องของทางคู่กรณี ทางประธาน กสทช.จะเสนอพิจารณา หรือหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาทักท้วงไม่ได้
“เรื่องกรณีของ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง กับการพิจารณาเรื่องทรู ที่ประชุมอนุกรรมการด้านกฎหมาย ได้พิจารณา และได้ข้อสรุปเสียงส่วนใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ค. แต่ยังมีข้อถกเถียงในประเด็นข้อ 3 ที่ประธาน กสทช. หรือบอร์ด กสทช.คนใดจะสามารถขอให้หยิบเรื่องนี้มาให้บอร์ดพิจารณาในที่ประชุมได้หรือไม่ จึงได้มีการนัดหารือในเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งผลหารือมีกรรมการบางส่วนของสงวนสิทธิในการเขียนความเห็นส่วนตัวประกอบแนบให้ทางสำนักงาน กสทช.เพื่อเสนอให้บอร์ดสำหรับการพิจารณาด้วย แต่เสียงส่วนใหญ่ก็ยังคงมีความเห็นตามเดิม ซึ่งจากนี้ทางสำนักงาน กสทช.จะต้องไปรวบรวม และนำเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด เพื่อเสนอผลพิจารณาของอนุฯ ด้านกฎหมาย ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 2 อาทิตย์”
ส่วนเรื่องที่มีการยื่นหนังสือคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา หนึ่งในคณะอนุกรรมการฯ และอดีตกรรมการ กสทช. โดยหยิบยกเรื่องความเป็นกลาง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการทรู-ดีแทค นั้น ที่ประชุมอนุกรรมการฯ ไม่ได้มีการพิจารณา เนื่องจากเห็นว่าเป็นคนละส่วนกัน ทำให้ นพ.ประวิทย์ ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
“ขั้นตอนต่อจากนี้ ทาง สำนักงาน กสทช. จะต้องนำมตินี้ ของที่ประชุมอนุกรรมการฯ เสนอให้ที่ประชุมบอร์ด เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในเรื่องนี้ หากมีการร้องเรียนเข้ามา ว่าจะมีแนวทางพิจารณาในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากทางทรูดิจิทัล ร้องเรียนมาและเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทรูดิจิทัลโดยตรงทาง อาจารย์พิรงรอง ก็พร้อมที่จะไม่พิจารณา หรืองดออกเสียง ตามมารยาทอย่างแน่นอน” แหล่งข่าว กล่าว
ทั้งนี้อนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธาน กสทช. เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567 เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายที่มีชื่อเสียงและมีประสบการณ์สูง ประกอบด้วย
1.ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมและผู้พิพากษาศาลยุติธรรม ประธานอนุกรรมการ
2.ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กรรมการคณะกรรมการกฤษฎีกา อดีตศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อนุกรรมการ
3. ศาสตราจารย์พิเศษ เข็มชัย ชุติวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด อนุกรรมการ
4.ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุกรรมการ
5.ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตศาสตราจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน และอดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุกรรมการ
6.ศาสตราจารย์ ดร.จตุรนต์ ถิระวัฒน์ ราชบัณฑิต ประเภทวิชานิติศาสตร์ สาขาวิชากฎหมายระหว่างประเทศ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ปัจจุบัน เป็นผู้อำนวยการศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อนุกรรมการ
7.พล.อ.เชิดชัย อังศุสิงห์ อดีตเจ้ากรมพระธรรมนูญ อนุกรรมการ
8.พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการทำความตกลงทางการค้าเสรี สภาผู้แทนราษฎร อนุกรรมการ
9.พ.ต.อ.ดร.ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อนุกรรมการ
10.นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. อนุกรรมการ
11.นายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา อดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด อนุกรรมการ
12.นายวีรพล ปานะบุตร อดีตรองอัยการสูงสุด อนุกรรมการ
13.นายเพิ่มสิน วิชิตนาค รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการยุติการดำเนินคดีแพ่งและอนุญาโตตุลาการ สำนักงานอัยการสูงสุด อนุกรรมการ
14.นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อนุกรรมการ



