บมจ. เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นทั้งหมดในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) แจ้งว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 มีกำไรจากการดำเนินงานหลัก (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) รวม 1,299 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายและให้บริการอยู่ที่ 13,225 ล้านบาท ลดลง 4% มีสาเหตุหลักจากปริมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

ไตรมาส 1 ปี 2568 TAA ขนส่งผู้โดยสาร 5.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% มีอัตราขนส่งผู้โดยสาร 87% และมีปริมาณที่นั่ง (Capacity) ให้บริการอยู่ที่ 6.4 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 9% ทั้งนี้ TAA ได้ขยายฝูงบินด้วยการรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A321neo เพิ่ม 1 ลำ รวมเป็น 61 ลำ (ปฏิบัติการจริง 55 ลำ) พร้อมรับเพิ่มอีก 1 ลำ ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และกำหนดรับเพิ่มอีก 4 ลำในครึ่งปีหลัง จนครบ 66 ลำตามแผนที่วางไว้

นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AAV และ TAA กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของไทยแอร์เอเชียในไตรมาส 1 สะท้อนความสามารถในการปรับตัวของบริษัท เพื่อความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว เป็นความภาคภูมิใจที่ TAA ครองส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42% ในสิ้นเดือน มี.ค. ความสำเร็จนี้ส่วนหลักเกิดจากกลยุทธ์การให้บริการ 2 สนามบินทั้งดอนเมือง (DMK) และสุวรรณภูมิ (BKK) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำอย่างดี

เส้นทางตลาดในประเทศของ TAA ยังเเข็งแกร่ง โดยไตรมาสนี้ TAA ให้บริการผู้โดยสารภายในประเทศรวม 3.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 9% เป็นสัดส่วน 67% ของจำนวนผู้โดยสารทั้งหมด มีอัตราขนส่งผู้โดยสาร 91% โดย TAA ขยายเครือข่ายเส้นทางบินจากฐานปฏิบัติการบินสุวรรณภูมิ (BKK) ให้บริการเส้นทางใน 2 เส้นทางใหม่ในเดือน ก.พ.ได้แก่ สุวรรณภูมิ สู่ ขอนแก่นและอุดรธานี และยังเปิดสำรองที่นั่ง 3 เส้นทางใหม่ ได้แก่ สุวรรณภูมิ สู่สุราษฎร์ธานี บุรีรัมย์ และนราธิวาส เริ่มให้บริการตั้งแต่ 1 ก.ค. นี้

เส้นทางระหว่างประเทศยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ตลาดในเอเชียตะวันออก เช่น จีน ฮ่องกง และมาเก๊า ยังโตช้ากว่าที่คาดการณ์ ในขณะที่ตลาดเอเชียใต้ และเส้นทาง Fifth Freedom ใหม่ๆ เช่น เชียงใหม่–ไทเป–ซัปโปโร สามารถสร้างโอกาสได้ดี เราพร้อมสนับสนุนภาครัฐเเละการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการร่วมสร้างความเชื่อมั่นและจัดแคมเปญต่างๆ ในตลาดจีน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นทางเลือกแรกของนักท่องเที่ยวจีนในการเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง

คาดการณ์ขนส่งผู้โดยสารตลอดปี 23-24 ล้านคน ด้วยอัตราขนส่งผู้โดยสารใกล้เคียง 90% และขยายฝูงบินเป็น 66 ลำภายในสิ้นปี ช่วยวางรากฐานที่มั่นคง พร้อมคว้าโอกาสสำหรับฤดูท่องเที่ยว และมั่นใจในพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และการจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เช่น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายภาษีของสหรัฐ เพื่อเตรียมความพร้อมปรับตัวอย่างทันท่วงที