สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี ว่าโดยส่วนตัวเขาไม่คาดหวังว่า การพบหารือครั้งนี้จะนำไปสู่ความคืบหน้าใด เนื่องจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ไม่ได้เดินทางมา


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า สถานการณ์ในยูเครน “จะมีความเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้า” เมื่อเขาและปูตินได้มีโอกาสพบหน้าหารือกันเท่านั้น พร้อมทั้งยืนยันว่า ต้องมีการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในยูเครน “ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้มีผู้คนล้มตายไปมากกว่านี้”


แม้ปูตินเป็นผู้เสนอและประสานงานกับรัฐบาลตุรกี ให้จัดการเจรจาครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2565 ที่ทั้งสองประเทศหารือกันโดยตรง อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลมอสโกในครั้งนี้ นำโดยนายวลาดิเมียร์ เมดินสกี อดีตรมว.กระทรวงวัฒนธรรม แต่เมดินสกีมีบทบาทกับการเจรจาครั้งแรกด้วย


ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เข้าร่วมการเจรจาด้วยตัวเอง และยืนยันเฝ้ารอพบกับเจ้าหน้าที่ของรัสเซีย “ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม” เพื่อตัดสินใจว่า รัฐบาลเคียฟจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.

เครดิตภาพ : AFP