เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีวันคล้ายวันสถาปนาการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ครบรอบ 74 ปีว่า ตลอดเวลา 74 ปีที่ กทท. ได้พัฒนาท่าเรือในกำกับดูแลทั้ง 5 ท่า ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ, ท่าเรือแหลมฉบัง, ท่าเรือระนอง, ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง เพื่อรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้าในภูมิภาค นอกจากนี้ กทท. ได้ให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกับชุมชนโดยรอบท่าเรืออย่างยั่งยืน ซึ่งบทบาทของ กทท. จึงไม่เพียงแค่การบริหารจัดการท่าเรือเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในระดับประเทศ และภูมิภาคเชื่อมโยงไทยกับเศรษฐกิจโลก

ด้านนายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ผลประกอบการในปีงบประมาณ 2567 กทท. มีรายได้สูงสุดรวม 17,224 ล้านบาท ถือเป็นสถิติใหม่ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน โดยในปีงบประมาณ 2565 มีกำไรสุทธิ 6,276 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2566 มีกำไรสุทธิ 6,666 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2567 มีกำไรสุทธิ 7,648 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้ง ด้านผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 2567-มี.ค. 2568) มีกำไรสุทธิ 3,500 ล้านบาท มีเรือเทียบท่าที่ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง รวม 7,371 เที่ยว เพิ่มขึ้น1.95% สินค้าผ่านท่า 61.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 5.10% และตู้สินค้าผ่านท่า 5.56 ล้าน ที.อี.ยู. เพิ่มขึ้น 5.35%

ส่วนท่าเรือระนอง ผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 มีเรือเทียบท่า 131 เที่ยว เพิ่มขึ้น 49% ตู้สินค้าผ่านท่า 3,170 ตู้ เพิ่มขึ้น 371% สินค้าผ่านท่า 79,810 ตัน เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนความคืบหน้าโครงการสัตว์ส่งออกมีชีวิตของท่าเรือพาณิชย์เชียงแสน เพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรในพื้นที่นั้น มีผลการดำเนินการส่งออกสัตว์ (สุกร) ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 1,964 ตัว ส่งผลให้มีผลประกอบการในภาพรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายเกรียงไกร กล่าวต่อว่า หลังจากสหรัฐอเมริกามีนโยบายปรับขึ้นภาษีนำเข้า ทำให้ผู้ประกอบการเร่งขนส่งสินค้า ทั้งนำเข้าและส่งออกมากขึ้น จากปกตินำเข้า 50.5% และส่งออก 49.5% ส่งผลให้ภาพรวมการขนส่งสินค้าในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ หากมีการปรับภาษีขึ้นจริงจะมีผลกระทบส่งให้การส่งออกลดน้อยลง โดยเวลานี้รัฐบาลไทย ก็อยู่ระหว่างเตรียมเจรจากับสหรัฐ คาดว่าจะทำให้ได้รับผลกระทบลดลง
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า กทท. ยังมีโครงการที่ยังต้องสานต่ออีกหลายโครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 มีความคืบหน้า ณ เดือน พ.ค. 2568 ในส่วนที่ 1 งานก่อสร้างงานทางทะเลอยู่ที่ 68.30% ส่วนที่ 2 งานก่อสร้างอาคาร ท่าเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค กทท. ได้ส่งมอบพื้นที่และออกหนังสืออนุญาตเริ่มงานก่อสร้าง (NTP) เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามแผนงาน ส่วนที่ 3 งานก่อสร้างระบบรถไฟ และส่วนที่ 4 งานจัดหาและติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ขนย้ายสินค้าอยู่ระหว่างจัดทำร่างขอบเขตของงาน (TOR) และว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนเอกสารประกวดราคา ซึ่งการดำเนินงานทั้ง 4 ส่วนงานต้องสอดคล้องต่อเนื่องกัน
สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ให้จังหวัดขอนแก่นเป็นพื้นที่นำร่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุนเพิ่มเติมที่เหมาะสม ที่จะนำมาพัฒนาโครงการในพื้นที่ สำหรับพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และนครสวรรค์ อยู่ระหว่างการวางแผนการศึกษาเพื่อขยายโครงการในอนาคต ทั้งนี้ยังมีแผนการศึกษาการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) ในพื้นที่แนวเส้นทางรถไฟในกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (สถานีภาชี) และจังหวัดราชบุรี (สถานีหนองปลาดุก) เป็นต้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาท่าเรือบกของ กทท. โดยเร็วต่อไป.



