เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 9 ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) ดังรายชื่อต่อไปนี้ 1.นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ผอ.ทสจ.ลำพูน ไปเป็น ผอ.ทสจ.ฉะเชิงเทรา 2.นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ทสจ.ฉะเชิงเทรา เป็น ผอ.ทสจ.พิษณุโลก 3.นางอภันตรี เชื้อชม ผอ.ทสจ.พิษณุโลก เป็น ผอ.ทสจ.ลำพูน 4.นายวุฒิชัย โสมวิภาต ผอ.ทสจ.ราชบุรี เป็นผอ.สำนักจัดการป่าไม้ที่ 5 (สระบุรี)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโยกย้ายครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันในกลุ่มข้าราชการที่เกี่ยวข้องอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพราะผู้ที่ถูกโยกย้าย ล้วนมาจากอดีตศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เช่น นางอภันตรี เชื้อชม ผอ.ทสจ.พิษณุโลก ที่ย้ายเป็น ผอ.ทสจ.ลำพูน ซึ่งใกล้บ้านที่ จ.เชียงใหม่ โดยนางอภันตรี เป็นภรรยาของนายอริยะ เชื้อชม ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นอดีตศิษย์เก่าวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รุ่น 55 ซึ่งมีกระแสข่าวว่า ขณะนี้ นายอริยะเป็นคนสนิทของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรฯ อีกทั้งมีกระแสข่าวว่า ภายในกรมอุทยานแห่งชาติฯ เวลานี้ ศิษย์เก่า วนศาสตร์รุ่น 55 ล้วนได้รับการโปรโมตให้ได้รับตำแหน่งสูง และดีกว่ารุ่นอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ นายพัชร์ภารุจ สุคนธร ทสจ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า มือปราบสวนทุเรียนที่กลุ่มทุนจีนบุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด จ.ฉะเชิงเทรา ถูกย้ายไปเป็น ผอ.ทสจ.พิษณุโลก แทนภรรยาของนายอริยะ โดยนายพัชร์ภารุจนั้น สั่งการลูกน้องให้เข้าตรวจสอบพื้นที่การบุกกรุก ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด กว่า 600 ไร่ โดยได้ประสานการทำงานกับหน่วยเฉพาะกิจพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ที่พบว่า นายทุนคนไทยและคนจีน มีชื่อปรากฏครอบครองที่ คทช. และพบว่า มีการใช้ชื่อบุคคลจาก จ.จันทบุรี และตราด มาแอบอ้างในการถือครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้ว ไม่พบว่าคนที่มีชื่อถือครองที่ดังกล่าวเข้ามาทำประโยชน์จริง นายพัชร์ภารุจ จึงทำหนังสือรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เพื่อขอให้ยกเลิกที่ คทช. ดังกล่าว เพราะใช้ผิดวัตถุประสงค์

ล่าสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเจ้าหน้าที่มาสอบปากคำนายพัชร์ภารุจ หลังรับเป็นคดีพิเศษเกี่ยวกับทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพบว่าบริษัทดังกล่าว มีพฤติกรรมเดียวกับที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยการเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ในรูปแบบริษัทชื่อเดียวกันอีก 6-7 จังหวัด ซึ่งมีข่าวว่าการออกมาเปิดเผยเรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ของนายพัชร์ภารุจ นั้น สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย

ก่อนหน้ามีคำสั่งย้าย นายพัชร์ภารุจ ทราบล่วงหน้า และได้แจ้งว่า หากจะมีการย้ายตนเอง ขอให้อยู่ในกรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แต่ปรากฏว่า ถูกคำสั่งย้ายไปยังพิษณุโลกดังที่กล่าวมา อย่างไรก็ตาม นอกจากนายพัชร์ภารุจแล้ว ก่อนหน้านี้ยังมีคำสั่งย้าย นายพันธ์ศักดิ์ ธรรมรัตน์ ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ ทสจ.ฉะเชิงเทรา ไปยัง ทสจ.ยโสธร มาแล้ว โดยนายพันธศักดิ์ ขึ้นชื่อว่าเป็นมือปราบ และคนทำงานหลักเรื่องการปราบปรามการบุกกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมสียัด แต่หลังจากผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายพันธ์ศักดิ์ ได้รับการเปิดเผยว่า ขอทำเรื่องย้ายเอง เพื่อกลับไปดูแลครอบครัว

ส่วนนายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ ผอ.ทสจ.ลำพูน ไปเป็น ผอ.ทสจ.ฉะเชิงเทรา ก่อนหน้านี้ นายรวมศิลป์ เคยเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ก่อนขึ้นเป็น ผอ.ทสจ. เรื่อยมา ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องทุนจีนที่บุกรุกป่าทำสวนทุเรียน.