เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบก.ภ.จว.ตรัง พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุคนร้ายจำนวน 4 คน ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ก่อนฆ่าเผานั่งยาง นายสุรเชษฐ์ ล้วนเกียรติขจร หรือโกเชษฐ์ อายุ 69 ปี ผู้จัดการสวนปาล์มน้ำมัน และลูกน้อง คือ นายอนันต์ โตชนก อายุ 49 ปี และนายวีระยุทธ ตั้นหนูลา อายุ 41 ปี ภายในสวนปาล์มน้ำมันหมู่ 1 ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง

โดยมีการควบคุมตัว นายศุภกรณ์ รักวิวัฒน์ หรือ “บิน ควนกุน” หัวหน้าแก๊ง อายุ 37 ปี นายปิยะศักดิ์ สุวรรณมณี หรือแจ็ค อายุ 33 ปี (มือยิง) นายจรณชัย สมาธิ หรือแต้ม อายุ 32 ปี นายระพีพันธุ์ บุญเกื้อ หรือเถือก อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาทั้งหมดมาชี้จุดเกิดเหตุ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.9 กก.สส.ภ.จว.ตรัง และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (หน่วยสวาทศรีตรัง) คุ้มกันอย่างแน่นหนา เนื่องจากมีญาติของผู้เสียชีวิตได้มาเฝ้ารอดูหน้าของผู้ก่อเหตุ ในจังหวะหนึ่งระหว่างนำตัวผู้ก่อเหตุเดินมาชี้จุดเกิดเหตุ ญาติของผู้เสียชีวิตได้มีการชี้หน้ารุมด่าและสาปแช่งกลุ่มผู้ก่อเหตุ

การชี้จุดเริ่มจาก ช่วงที่ นายสุรเชษฐ์ ขับรถเข้ามาในสวนปาล์ม โดยมีลูกน้องนั่งอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ ก่อนจะพูดคุยกับ นายศุภกรณ์ แต่ปรากฏว่าฝ่าย นายสุรเชษฐ์ โดนล็อกคอ ทำให้ลูกนั่งท้ายกระบะพยายามเข้าช่วยเหลือ แต่ก็เจอกับลูกน้องของ นายศุภกรณ์ ใช้ปืนยิงใส่บาดเจ็บ จากนั้นก็บังคับให้ นายสุรเชษฐ์ ขับรถกระบะไปยังขนำภายในสวนปาล์ม 36 ไร่ ที่มี นายศุภกรณ์ เป็นผู้จัดการ จากนั้นก็บังคับให้ นายอนันต์ ลูกน้องของ นายสุรเชษฐ์ โอนเงิน 40,000 บาท ไปเข้าบัญชีภรรยาของ นายแจ็ค ลูกน้องของ นายศุภกรณ์ และเมื่อโอนเสร็จ นายแจ็คได้ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ของโกเชษฐ์ ยิงโกเชษฐ์และลูกน้องจนเสียชีวิตคาขนำ ก่อนจะขับรถนำพาทั้ง 3 ศพ ที่เสียชีวิตอยู่ท้ายกระบะ ยกศพลงไปในร่องคูน้ำ ซึ่งเป็นเขตแบ่งแดนระหว่างสวนทั้งสองสวนที่อยู่ติดกัน

มีการใช้ไม้มาพาดรองไว้ในร่องน้ำ โดยที่ นายแต้ม และ นายเทือก เป็นผู้ไปจัดหายางรถยนต์มาใช้เผานั่งยาง แต่ปรากฏว่าระหว่างที่จุดไฟเผาอยู่นั้น นายสุรเชษฐ์ ที่ยังไม่เสียชีวิต พยายามตะเกียกตะกายหนีความตายขึ้นมาจากร่องน้ำ ทั้งที่มีไฟกำลังท่วมร่างอยู่ ทำให้ นายแจ็ค ซึ่งนั่งเฝ้าและเห็นพอดี ตรงเข้าไปใช้อาวุธปืนยิงซ้ำอีก 2 นัด จนทำให้ นายสุรเชษฐ์ เสียชีวิต และได้ใช้ไม้เขี่ยร่างกลับเข้าไปในกองเพลิงอย่างโหดเหี้ยม

อย่างไรก็ตามระหว่างทำแผน นายศุภกรณ์ ได้กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น วันเกิดเหตุบังเอิญมาเจอกันแล้วมีปากเสียงกัน อยากให้เขารู้ด้วยว่าสิ่งที่ทำลงไปไม่ใช่จะตั้งใจ พร้อมขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ส่วนนายแจ็ค ก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ พยานหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมมาได้ ละเอียด ครบถ้วนสมบูรณ์ และสามารถมัดตัวผู้ก่อเหตุแน่นหนา ประกอบกับผู้ต้องหารับสารภาพและชี้จุดทุกจุดจนครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งผู้ต้องหาก็มีหมายเก่าอยู่หลายคน ก็จะรื้อหมายเก่าออกมาประกอบกับในคดีนี้ พร้อมสั่งให้ฟ้องเพิ่มโทษกับผู้ต้องหา ส่วนสาเหตุก็มาจากเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์ในสวนปาล์มน้ำมัน ผู้ต้องหาก็พยายามสร้างเครือข่าย ต้องการที่จะคุมพื้นที่มีรายได้ จนกระทำเช่นนี้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นผู้มีอิทธิพล

ส่วนศพที่ 4 ที่พบเป็นโครงกระดูก อยู่ห่างจากจุดเผา 3 ศพ ไป 300 เมตรนั้น ทางตำรวจได้ทำเป็นคดีชันสูตร โดยดำเนินการแยกเป็นอีก 1 คดี จากในเบื้องต้นนายบินยอมรับว่าเป็นคนลงมือฆ่าเอง คนตายคือ นายศุภฤกษ์ ขุนทอง หรือ กาด อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นชายวิกลจริต สติไม่สมประกอบ เหตุที่นายบินอ้างฆ่า เพราะผู้ตายพยายามที่จะใช้มีดยาวไล่ฟัน ก่อนจะยิงและนำไปฝังไว้

ขณะเดียวกันทางบรรดาญาติของโกเชษฐ์ ที่เดินทางมาเฝ้าดูการชี้จุดของผู้ก่อเหตุ ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมดในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุทำโดยตั้งใจไตร่ตรองมาก่อน ช่วงจังหวะก่อเหตุได้มีการพยายามฆ่า เพื่อให้ทรมานก่อนและฆ่า และมีการร้องขอชีวิต รวมทั้งบังคับให้โอนเงิน วันนี้พาตัวมาชี้จุด มีการคุ้มครองผู้ต้องหา แต่ไม่มีการคุ้มครองจิตใจญาติคนตาย อยากถามคนร้ายว่าเงินแค่นี้ สิทธิในการดูแลสวนปาล์มถึงกับต้องฆ่ากันเลยเหรอ ทำตัวเป็นโจรรีดไถไปเรื่อย ไม่พอใจก็ยิงทิ้ง มันไม่ใช่คนแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ก่อคดีฆ่าคนมา 4 คนแล้ว และครั้งนี้อีก 4 คน รวมเป็น 8 ศพ การันตีได้ว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนแล้ว เป็นอมนุษย์ เป็นเดนคนไปแล้ว จึงอยากให้ดำเนินคดีให้ทิ้งที่สุด อยากให้ได้รับโทษประหารชีวิตไปเลย ไม่ใช่ติดคุกแค่ไม่กี่ปี แต่ออกมาเดินไล่ยิงชาวบ้านคนอื่นอีก

จากการตรวจสอบประวัติคดีอาญาที่ผ่านมา นายศุภกรณ์ หรือ “บิน ควนกุน” ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง ในปี 2553 ขณะอายุ 23 ปี เคยต้องคดีฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ สภ.ห้วยยอด, ในปี 2553 (ปีเดียวกัน) เคยต้องคดีฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ สภ.วังวิเศษ, ปี 2557 เคยต้องคดีตัวการในข้อหาฆ่าผู้อื่น, ตัวการในข้อหามีเครื่องกระสุนปืน ในพื้นที่ สภ.วังวิเศษ, ปี 2557 เคยต้องคดีฆ่าผู้อื่น ในพื้นที่ สภ.สิเกา และปี 2557 เคยต้องคดี เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ในพื้นที่ สภ.สิเกา โดยคดีทั้งหมดเป็นการฆ่าผู้อื่นมาแล้ว 4 ศพ และเมื่อนำเหตุการณ์ล่าสุดไปรวม จึงกลายเป็นคนที่ต้องคดีฆ่าผู้อื่น มาแล้วทั้งหมด 8 ศพ.