เมื่อวันที่ 19 พ.ค.68 นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี สมาชิกวุฒิสภา จ.ปราจีนบุรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วย นายโสภณ ผาสุข โฆษกคณะกมธ.ฯ และนายมังกร ศรีเจริญกูล ที่ปรึกษาคณะกมธ.นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการก่อสร้างโรงงานถลุงแร่และหลอมโลหะจากเศษทองแดงและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายหลังมีชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการฯว่า โรงงานดังกล่าวมีขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ติดลำคลองสาธารณ และใกล้กับชุมชน ซึ่งอาจเกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทั้งทางอากาศ น้ำใต้ดิน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าโรงงานดังกล่าวได้รับใบอนุญาตจากทางเทศบาล เพื่อก่อสร้างอาคารโครงเหล็กชั้นเดียว 2 หลังเพื่อใช้เป็นโกดังสินค้า และยังมีใบอนุญาตก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำ ค.ส.ล. อีก 1 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวคัดค้านอย่างหนัก

ทั้งนี้ ผู้นำชุมชนและกลุ่มตัวแทนชาวบ้านยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการขออนุญาตสร้างโรงงานดังกล่าว แต่เมื่อทราบเรื่องจึงรีบทำหนังสือคัดค้านเพื่อยับยั้งการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค.2567 เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว เพราะจากการติดตามข่าวสารพบว่าโรงงานประเภทนี้เคยสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชุมชน ที่สำคัญชาวบ้านรู้สึกว่าการประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างโรงงานไม่ชัดเจน เนื่องจากมีการประกาศเฉพาะในเฟซบุ๊กของเทศบาลเท่านั้น ขาดเวทีรับฟังความเห็นของคนในพื้นที่
ด้านตัวแทนของโรงงานดังกล่าว ได้เข้าชี้แจงกลุ่มชาวบ้านว่า ทางบริษัทมีความจริงใจ และได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านแต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้าน เพราะได้รับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงและเข้าใจผิดคิดว่าโรงงานแห่งนี้เป็นของ บริษัทฯแห่งหนึ่ง ที่เคยก่อมลพิษจนทางอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีสั่งปิดกิจการไปแล้ว จึงขอยืนยันไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับทางบริษัทฯที่ถูกสั่งปิด พร้อมมั่นใจว่าโรงงานที่กำลังจะก่อสร้างแห่งนี้ มีระบบการจัดเก็บและเบิกจ่ายสารเคมีอย่างรัดกุมเข้มงวด และมีมาตรการป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี รวมทั้ง ไม่มีนโยบายปล่อยน้ำจากกระบวนการผลิตเข้าสู่ลำคลองแต่อย่างใด เพราะตระหนักถึงความปลอดภัยของชุมชนที่ต้องใช้น้ำจากคลองดังกล่าว และขอแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจว่าทางบริษัทจะประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถมาตรวจสอบได้

ด้าน นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่รับฟังปัญหาในครั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการฯได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดหลักปฏิบัติตามข้อกฎหมาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งหลังจากนี้จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมของคณะกมธ.ฯสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อพิจารณาหาทางออกและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย.
นอกจากนี้จะเรียกตัวแทนบริษัทอีกแห่ง ให้เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้รับใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานประกอบกิจการนำยางรถที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นน้ำมันเตาและผงคาร์บอน แต่ถูกชาวบ้านในพื้นที่เดียวกันทำหนังสือคัดค้านไม่ให้ก่อสร้างในต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี

“อยากให้ชาวบ้านที่เป็นผู้ร้องเรียนได้ชี้แจงถึงข้อสงสัยและความวิตกกังวลในการก่อสร้างโรงงานดังกล่าว เพื่อหาข้อยุติและนำไปเป็นแนวทางในการแก้ปัญหา รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าการดำเนินดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นมิตรกับคนในชุมชนหรือไม่ ครั้งนี้ได้มาเป็นตัวกลางในการรับฟังปัญหา แต่ติดอยู่อีก 1 โรงงานที่ถูกร้องเรียนแต่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม โดยจะเชิญให้มาชี้แจงต่อกมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เพื่อหาแนวทางที่จะนำมาสู่ความพึงพอใจทั้งสองฝ่าย” นายกิติศักดิ์ กล่าว.



