นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกโรงประณามแฟนบอลที่โพสต์ข้อความเหยียดผิวใส่นักเตะทีมชาติอังกฤษในโลกโซเชียล หลังพลพรรค “สิงโตคำราม” พ่ายจุดโทษ อิตาลี 2-3 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2020 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
นักเตะผิวสีของ “สิงโตคำราม” หลายคนตกเป็นเป้าการเหยียดผิวในโลกโซเชียลอีกครั้งหลังเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ มาร์ตัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช และ บูกาโย ซากา ที่ยิงจุดโทษไม่เข้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้นำแดนผู้ดี ก็ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว โดยโพสต์ทวิตเตอร์ว่า “ขุนพลทีมชาติอังกฤษสมควรถูกยกย่องเป็นฮีโร่ ไม่ใช่ตกเป็นเป้าการเหยียดผิวในโลกโซเชียล คนที่ทำเรื่องพวกนี้สมควรละอายใจบ้าง”
This England team deserve to be lauded as heroes, not racially abused on social media.
— Boris Johnson (@BorisJohnson) July 12, 2021
Those responsible for this appalling abuse should be ashamed of themselves.
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจในกรุงลอนดอน ออกมาเปิดเผยว่าในช่วงก่อนเกมนัดชิงชนะเลิศศึกยูโร 2020 ระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น มีแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ไม่มีตั๋วเข้าชมเกมจำนวนหนึ่ง ก่อความวุ่นวายด้วยการพยายามฝ่าแนวรั้งกั้นเข้าสู่สนาม ส่งผลให้มีแฟนบอลถูกจับกุมทั้งสิ้น 49 คน
#ENG fans pushing through security to enter the stadium:#EURO2020 pic.twitter.com/AUtcEDGGBK
— Leah McElrath ?️? (@leahmcelrath) July 11, 2021
#ENG fans overrunning stadium security: #EURO2020 pic.twitter.com/9vYHPhIw34
— Leah McElrath ?️? (@leahmcelrath) July 11, 2021
โปลิศเมืองหลวงแดนผู้ดี ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาราว 2 ชั่วโมงก่อนเกมเริ่มนั้น ส่งผลให้มีแฟนบอลที่ไม่มีตั๋วกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่สามารถเล็ดลอดเข้าสู่สนามได้ ก่อนที่ตำรวจจะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ไล่ตามจับแฟนบอลกลุ่มดังกล่าวออกจากสนามไป และมีการจับกุมแฟนบอลแสบทั้งหมด 49 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการได้รับบาดเจ็บไป 19 นาย
เครดิตภาพ : REUTERS



