เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 68 ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ  รมว.แรงงาน ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่อักษรย่อ “พ.” ออกมาและมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. ว่า ตอนนี้ยังเป็นแค่ชื่อย่อขอให้มีชื่อจริงออกมาให้ชัดเจนก่อน และต้องรอจนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีการเชิญตนเข้าไปให้ข้อมูล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีทั้งแถลงการณ์และหนังสือเชิญเข้าไปให้ข้อมูล ดังนั้นจะฟ้องหรือไม่ฟ้อง ขอรอให้ถึงเวลานั้นก่อน แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ตนเองรับไม่ได้ที่มีการพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทยให้ได้รับความเสียหาย

เมื่อถามว่า  จะมีการไล่แจ้งความทุกจังหวัดหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของตนเองเป็นคน จ.สงขลา ถ้าจะแจ้งความฟ้องร้อง ก็คงฟ้องที่ จ.สงขลา แต่ตอนนี้คงยังไม่ดำเนินการแจ้งความใด ๆ จนกว่าจะมีชื่อออกมาชัดเจน

เมื่อถามต่อว่า ยังคงยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ที่มีการตั้งข้อสังเกตใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระแสข่าวการเลือก สว. ที่มีการพูดถึงกันอยู่ในขณะนี้ ต้องไปดูข้อเท็จจริงในเรื่องข้อกฎหมายและข้อห้ามต่าง ๆ ที่บางคนไปให้ข้อมูลหรือข้อแนะนำคนเหล่านั้นอาจจะยังไม่เข้าใจวิธีการ การได้มาซึ่ง สว.  ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย  ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่าตัวเองยังไม่เข้าใจวิธีการเลือก สว. ครั้งนี้ ว่าจะมีการเลือกอย่างไรในระดับอำเภอและจังหวัด รวมไปถึงยังมีการเลือกไขว้แต่ละสายอาชีพ ซึ่งกว่าจะได้มาทั้ง 77 จังหวัด ต้องมีการแนะนำตัวเป็นเรื่องปกติ เพราะจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครมีความรู้ในด้านไหน การกระทำทั้งหมดเหล่านี้ อย่าเพิ่งไปตัดสิน ว่ามีเจตนาที่ไม่ดี ที่คนเหล่านี้จะมาแนะนำตัวมาสร้างความรู้ความเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในกรณีนี้มีการกล่าวอ้างถึงเรื่องเส้นเงิน ที่อาจเชื่อมโยงไปถึงพรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องเส้นเงินมีหลักฐานหรือไม่ คำว่า “เส้นเงิน” ที่ผ่านมามีการพูดถึงตลอด แต่ทางพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่เห็นข้อเท็จจริง จะมาตัดสินได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย ในเมื่อพรรคการเมืองไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว. ได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดและข้อห้ามที่ชัดเจน การเลือก สว. เป็นเอกเทศ ดังนั้นการพูดว่าพรรคภูมิใจไทยอยู่เบื้องหลังการเลือก สว. หรือ สว.สีน้ำเงิน เป็นการอุปโลกน์ขึ้นมาและบังเอิญว่าสีน้ำเงินดันไปสอดคล้องกับพรรคภูมิใจไทย

เมื่อถามว่า คอการเมืองวิเคราะห์ว่าเป็นนิติสงครามระหว่างสีแดงและสีน้ำเงินนั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า พรรคการเมืองไม่มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตรงนั้น แล้วไม่เคยทราบมาก่อนว่าพรรคสีแดงจะมาทำลายพรรคสีน้ำเงิน เรายังอยู่ร่วมรัฐบาลเดียวกัน การอยู่กันได้ต้องพูดคุยกัน และจะฟังจากบุคคลภายนอกไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าบุคคลภายนอกมีเจตนาอย่างไร อาจจะมีการเสี้ยมและยุยงรัฐบาลแตกกัน.