เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ “พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ” ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษก DSI พร้อมด้วย “พ.ต.ท.อมร หงษ์ศรีทอง” ผอ.กองคดีความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ และนายศุภภางกูร พิชิตกุล รอง ผอ.กองเดียวกัน ร่วมแถลงผลการประชุมสรุปสำนวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือคดีนอมินี บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสั่งฟ้องต่ออัยการคดีพิเศษ

โดย พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า “วันนี้คือการประชุมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 ในประเด็นที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 และความผิดที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีการพิจารณา 2-3 ประเด็น อย่างแรก คือ การสอบสวนเรื่องนอมินี เนื่องจากก่อนหน้านี้ดีเอสไอ ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาไปแล้ว วันนี้จึงมีการประชุมพิจารณาพยานหลักฐานเบื้องต้น จึงทำให้ที่ประชุมและมีความเห็นทางคดี โดยคดีจะไม่ได้จบที่ชั้นคณะพนักงานสอบสวนเพียงเท่านั้น แต่ต้องไปยังระดับกรมสอบสวนคดีพิเศษ”
นอกจากนี้ “อย่างที่ 2 สำนวนเกี่ยวพันกัน คือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ซึ่งที่ประชุมมีมติให้แยกเป็นอีกหนึ่งคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการต่อไป อย่างที่ 3 รายการสิ่งของที่มีการตรวจยึดระหว่างการสืบสวนสอบสวน ซึ่งฝ่ายเลขาฯ คณะพนักงานสอบสวน ได้เสนอว่าสิ่งของใดที่ต้องใช้เป็นพยานหลักฐาน หรือสิ่งใดไม่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามระเบียบในการคืนต่อไป”
อีกทั้ง “พร้อมยืนยันว่า สำนวนคดีนอมินี ยังคงมีผู้ต้องหาทั้งหมด 5 ราย โดยจะประกอบไปด้วย 3 นอมินีไทย คือ นายชวนหลิง จาง, นายบินลิง วู โดยในส่วนของ “นายบินลิง วู” ทางด้านเจ้าหน้าชุดสืบสวน ได้สะกดรอยและยังอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว อีกทั้ง เมื่อตรวจสอบข้อมูลแล้ว กลับยังไม่พบว่าเดินทางออกนอกประเทศ จึงได้ประสาน ตม. ช่วยดำเนินการ ดังนั้น หากจับกุมตัว “นายบินลิง วู” ได้ หลังส่งสำนวนให้อัยการ ก็จะมีการแจ้งข้อหา ก่อนนำตัวสั่งฟ้องตามขั้นตอน”
อย่างไรก็ตาม “กรณีว่าพบเจ้าหน้าที่ สตง. มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ด้วยหรือไม่นั้น ตนขอเรียนว่า ในการพิจารณาสำนวนครั้งนี้ เป็นเรื่องของคดีนอมินี” พ.ต.ต.วรณัน กล่าว



