เมื่อวันที่ 23 พ.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย บริเวณตั้งแต่ กม.ที่ 16-20 และศูนย์บริหารการจราจรระหว่างการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 35 กม. ที่ 27 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร โดยขณะนี้การก่อสร้างช่วงทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย ตอนที่ 1-3 และ ช่วงเอกชัย-บ้านเเพ้ว สมุทรสาคร ตอนที่ 1-10 มีความคืบหน้าอย่างมาก มั่นใจว่าโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 จะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2568 เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวก ปลอดภัยตลอดเส้นทาง

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก โดยนอกเหนือจากอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยอื่นๆ แล้ว ยังได้เพิ่มในส่วนของระบบตรวจสุขภาพโครงสร้างของคานเหล็กลำเลียง (SHM launching gantry) ซึ่งจะทำการตรวจจับหากโครงสร้างมีความผิดปกติ จะแจ้งเตือนไปยังผู้คุมงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเข้าตรวจสอบความผิดปกติทันที เพื่อต้องการยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทาง และผู้ปฏิบัติงาน อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ยังได้กำชับให้กรมทางหลวง (ทล.) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กำกับผู้รับเหมาให้จริงจังเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งในส่วนของคนงานก่อสร้างและประชาชนที่สัญจรบนท้องถนนต้องมีความปลอดภัย ไม่ควรมีเหตุการณ์ชิ้นส่วนใดๆ ร่วงหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด
นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา ปัจจุบันร่างแก้ไขกฎกระทรวงฯ ที่จะทำให้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมามีผลบังคับใช้ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2568 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลางได้จัดทำร่างแก้ไขระเบียบฯ ที่กำหนดกฎเกณฑ์และเงื่อนไขในการตัดแต้ม รวมถึงบทลงโทษการตัดสิทธิเข้าประมูลงานและการปรับลดชั้นผู้รับเหมากรณีเกิดอุบัติเหตุจากความบกพร่องและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหรือทรัพย์สินเสียหายเตรียมไว้แล้ว คาดว่ากระบวนการตามขั้นตอนที่เหลือจะแล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.2568

นายสุริยะ กล่าวด้วยว่า มาตรการสมุดพกจะสามารถนำไปบังคับใช้ได้กับโครงการก่อสร้างใหม่เท่านั้น ไม่สามารถบังคับใช้กับโครงการเดิมที่มีการทำสัญญาไว้แล้วได้ เนื่องจากสัญญาเดิมไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวระบุไว้ในสัญญา สำหรับเกณฑ์การตัดคะแนนและลงโทษนั้น อาทิ กรณีบาดเจ็บไม่เสียชีวิต ตัด 20 คะแนน และอาจถูกพักการประมูลงานเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนกรณีเสียชีวิตจากความประมาท จะถูกตัดคะแนน และไม่สามารถเข้าร่วมประมูลงานเป็นระยะเวลา 2 ปี เป็นต้น ทั้งนี้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมากำหนดโดยกรมบัญชีกลาง และจะมีผลบังคับใช้กับงานก่อสร้างของทุกหน่วยงานภาครัฐ ไม่ใช่แค่เฉพาะ ทล. หรือกรมทางหลวงชนบทเท่านั้น เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างของประเทศโดยรวม
ด้านนายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดี ทล. กล่าวว่า โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงแยกต่างระดับบางขุนเทียน-เอกชัย จำนวน 3 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จและช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว 10 สัญญา (ณ เดือน เม.ย. 2568) คืบหน้า 78% ทั้งนี้ช่วงเอกชัย-บ้านเเพ้ว จำนวน 10 สัญญานั้น (ณ เดือน เม.ย. 2568) แบ่งเป็น ตอนที่ 1 คืบหน้า 79.55% ตอนที่ 2 คืบหน้า 83.71% ตอนที่ 3 คืบหน้า 90.27% ตอนที่ 4 คืบหน้า 59.63% ตอนที่ 5 คืบหน้า 83.29% ตอนที่ 6 คืบหน้า 68.50% ตอนที่ 7 คืบหน้า 54.22% ตอนที่ 8 คืบหน้า 83.66% ตอนที่ 9 คืบหน้า 91.65% และตอนที่ 10 คืบหน้า 80.65%

ขณะที่นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก มีความก้าวหน้าภาพรวมอยู่ที่ 89.39% ซึ่งทุกสัญญางานด้านโยธาจะแล้วเสร็จภายในช่วงเดือน พ.ย. 2568 และจะพิจารณาแนวทางในการเปิดให้ประชาชนใช้บริการต่อไป.



