เมื่อวันที่ 23 พ.ค. พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. และ พ.ต.ต.ภาณุพันธ์ ฤทธิเดช สว.กก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าจับกุม นายนิธิศ หรือแจ๊ค อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันลามก, ค้า หรือ เผยแพร่ แจกจ่ายสื่อลามกอนาจาร” โดยจับกุมตัวได้ที่หน้าร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง ภายในซอยโชคชัยร่วมมิตร แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบบัญชีผู้ใช้แอปพลิเคชัน X แอคเคานท์ชื่อ “@hairjack111” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนคน โพสต์คลิปวิดีโอลามกอนาจารในลักษณะชายรักชาย พร้อมข้อความโฆษณาชักชวนให้ผู้สนใจเข้าชมคลิปวิดีโอเพิ่มเติมในกลุ่มลับ Telegram และแพลตฟอร์ม OnlyFans โดยเรียกเก็บค่าสมาชิก และไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้าชม
เจ้าหน้าที่จึงส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลับดังกล่าว จนพบคลิปวิดีโอบางส่วน มีการถ่ายทำอยู่ที่ร้านเสริมสวยของนายนิธิศ ตั้งอยู่ย่านรัชดาภิเษก นอกจากนี้ ในขณะถ่ายทำคลิปวิดีโอ นายนิธิศมักจะสวมถุงเท้ายาวสีดำเกือบทุกครั้ง จนได้รับฉายาในวงการเซ็กซ์ครีเอเตอร์ว่า “แจ๊ค ถุงเท้าดำ”

จากการสืบสวนเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า นายนิธิศ หรือ แจ๊ค ยังมีการโฆษณา “บริการเสริมพิเศษ” โดยใช้ข้อความหรือภาพที่ส่อไปในทางลามกอนาจาร เพื่อชักชวนลูกค้าเข้ารับชมคลิปลามกอนาจารเวอร์ชั่นเต็ม รวมถึงเชื่อว่าอาจมีการแฝงบริการทางเพศผ่านการทำคอนเทนต์ร่วมเพศกับบุคคลหลากหลายอาชีพ รวมถึงวัยรุ่นชาย ตามสถานที่ต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ จนนำมาสู่การจับกุมตัวได้ในที่สุด
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว นายนิธิศ หรือ แจ๊ค ถุงเท้าดำ ไปขยายผลตรวจค้นภายในห้องพักอาคารประเสริฐสุขเพลส ย่านวิภาวดี ซึ่งพบอุปกรณ์สำหรับผลิตสื่อลามกอนาจารจำนวนมาก อาทิ กล้องถ่ายวิดีโอ, ไฟสตูดิโอ, sex toys, เสื้อผ้าสำหรับการแสดง และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการถ่ายทำ ตัดต่อ และเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจาร จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นายนิธิศ หรือ แจ๊ค ถุงเท้าดำ ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีตนมีอาชีพหลักเป็นช่างเสริมความงามและช่างสักคิ้ว แต่ในช่วงหลัง ได้ทดลองทำคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาเชิงลามกอนาจาร และพบว่าสามารถสร้างรายได้จากการเก็บค่าสมาชิกถึง 40,000-50,000 บาทต่อเดือน จึงหันมาทำอย่างจริงจังควบคู่กับกิจการร้านเสริมสวย รวมถึงใช้สถานที่และอุปกรณ์บางส่วนภายในร้านในการถ่ายทำคลิปวิดีโอ
นายนิธิศยังเปิดเผยถึงที่มาของฉายา “แจ๊ค ถุงเท้าดำ” ว่า มาจากการที่ตนชอบสวมถุงเท้าดำเข้าฉาก เพื่อสร้างคาแรกเตอร์ให้คนจดจำได้ง่ายขึ้น โดยเริ่มทำคอนเทนต์ดังกล่าวมาประมาณ 1 ปี มีรายได้รวมกว่า 8 แสนบาท และปัจจุบันมีผู้ติดตามกว่า 2 แสนราย อย่างไรก็ตาม นายนิธิศยืนยันว่าที่ผ่านมา ไม่เคยมีการนำเด็กหรือเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี มาร่วมผลิตเนื้อหาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด เนื่องจากพบว่ามีการเปลี่ยนคู่แสดงหลายราย และบางคนมีลักษณะคล้ายเยาวชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติของผู้ร่วมแสดงทุกรายอย่างละเอียด เพื่อสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมต่อไป



