วานนี้ (25 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการปฏิบัติงานภายใต้โครงการใหม่ของตำรวจนิวยอร์กที่มุ่งเน้นการสกัดจับนักขับขี่ยานยนต์ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดบนทางหลวง โดยการปลอมตัวเป็นคนงานซ่อมถนน และพบว่าได้ผลดี
คนขับรถที่สัญจรผ่านเขตก่อสร้างบนทางหลวงระหว่างรัฐหมายเลข 90 ทางตอนกลางของรัฐนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คงคิดว่าพวกเขากำลังขับรถผ่านคนงานซ่อมถนนทั่วไปที่สวมเสื้อสะท้อนแสงและหมวกนิรภัย แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนงานบางคนเหล่านั้นคือเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐนอกเครื่องแบบที่แฝงตัวอยู่ภายในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อคอยจับตาดูคนขับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ขับรถโดยประมาท และละเมิดกฎหมายจราจร
เมื่อสิ้นสุดการปฏิบัติงานในระยะเวลา 8 ชั่วโมง ตำรวจรัฐนิวยอร์กได้สั่งปรับและออกใบสั่งไปมากถึง 94 ฉบับ ภายในเขตก่อสร้างเพียงจุดเดียวในเขตเฮอร์คิเมอร์เคาน์ตี
แถลงการณ์ของตำรวจนิวยอร์กระบุว่า เกือบ 3 ใน 4 ของใบสั่งทั้งหมดเป็นข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนด ซึ่งความเร็วสูงสุดที่บันทึกได้ในระหว่างการปฏิบัติงานครั้งนี้สูงถึง 79 ไมล์ต่อชั่วโมง (127 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งเกินกว่าป้ายจำกัดความเร็วในเขตก่อสร้างที่กำหนดไว้เพียง 55 ไมล์ต่อชั่วโมง (88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
แม้ตัวเลขนี้อาจดูไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับเคสขับรถเร็วสุดโต่งอื่นๆ บนโลกออนไลน์ แต่ทางตำรวจย้ำว่า ผู้ขับขี่ในเขตก่อสร้างจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งคนงาน การปรับเปลี่ยนทางวื่งและไหล่ทางที่แคบลง ทำให้มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุมากขึ้น
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Operation Hard Hat” ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นแคมเปญบังคับใช้กฎหมายทั่วทั้งรัฐ โดยส่งตำรวจที่ปลอมตัวเป็นคนงานก่อสร้างเข้าไปปะปนกับคนงานจริง พร้อมกรวยจราจร แผงกั้น และรถบรรทุก เป้าหมายคือการเฝ้าดูพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้ขับขี่ก่อนที่พวกเขาจะรู้ตัวว่ามีตำรวจอยู่ใกล้ๆ

ตำรวจนอกเครื่องแบบเหล่านี้จะไม่เรียกตรวจรถด้วยตัวเอง แต่จะทำหน้าที่บันทึกการกระทำความผิดและแจ้งลักษณะของรถคันดังกล่าวไปยังรถสายตรวจในเครื่องแบบที่จอดซุ่มอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้สกัดจับนอกเขตก่อสร้าง
ทางการระบุว่าวิธีนี้ได้ผลดีมาก เพราะปกติแล้วคนขับรถมักจะชะลอความเร็วทันทีที่เห็นรถตำรวจ แต่ปฏิบัติการนี้ทำให้เห็นพฤติกรรมที่แท้จริงของคนขับรถ
สำหรับรายละเอียดของใบสั่งทั้ง 94 ฉบับ ประกอบด้วย ข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนด 69 ฉบับ, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย 8 ฉบับ, ฝ่าฝืนกฎหมาย Move Over Law (กฎหมายที่กำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องเปลี่ยนเลนหรือลดความเร็วเมื่อขับผ่านรถฉุกเฉินหรือรถซ่อมบำรุงที่จอดอยู่ข้างทาง) 6 ฉบับ, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ 2 ฉบับ และข้อหาละเมิดกฎจราจรอื่นๆ อีก 9 ฉบับ ซึ่งหากคิดเป็นค่าเฉลี่ยแล้ว เทียบเท่ากับการออกใบสั่ง 1 ฉบับในทุกๆ 5 นาที
แม้ว่าช่วงปฏิบัติการจะสิ้นสุดลงไปแล้วก็ตาม โดยตำรวจรัฐนิวยอร์กยืนยันว่า แคมเปญ Operation Hard Hat จะยังคงดำเนินต่อไปตลอดฤดูกาลซ่อมแซมถนนในปีนี้
ที่มา : guessingheadlights.com
เครดิตภาพ : New York State Police, Generated by Gemini



