นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า การใช้งบประมาณเพื่อทำโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง รูปแบบคล้ายกับเราเที่ยวด้วยกัน ที่เคยออกมาหลายเฟสก่อนหน้านี้ ถือเป็นตัวช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวที่เห็นผลชัดเจน เนื่องจากมีผู้ใช้บริการผ่านระบบที่สามารถจัดเก็บได้ โดยงบประมาณเบื้องต้นที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วางไว้ 1,780 ล้านบาท เมื่อใส่ลงไปแล้ว จะเห็นว่าการดำเนินโครงการ จะเกิดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวคนไทยที่ออกเดินทางจริง ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงเป็นเหตุผลที่พยายามร้องขอให้รัฐบาลเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านโครงการดังกล่าว ออกมาตั้งแต่ปี 2567 แล้ว
ขณะที่อีกโครงการที่ใช้งบประมาณ อยู่ที่ 800 ล้านบาท ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับมา เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ หรือโอทีเอ จำนวน 21 ราย เป็นการอุดหนุนค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบการโรงแรม เพื่อกระตุ้นให้เดินทางเข้ามาเที่ยวไทย ส่วนนี้จะต้องดำเนินโครงการเป็นภาพที่ชัดเจนว่า รูปแบบและกระบวนการจะดำเนินการอย่างไรให้รัดกุมที่สุด รวมถึงผลที่ได้รับ จะสามารถชี้วัดออกมาได้อย่างชัดเจนหรือไม่ เพื่อให้สามารถประเมินผลที่จะได้รับว่า บวกมากน้อยเท่าใดแบบแท้จริง รวมถึงโรงแรมที่ขายอยู่บนโอทีเอในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่โรงแรมที่ถูกกฎหมายด้วย ทำให้หากรัฐบาลสนับสนุนโอทีเอ เท่ากับรัฐบาลสนับสนุนกลุ่มโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต ได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ด้วย จึงมองว่าน่าจะมีวิธีการสนับสนุนกลุ่มธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวที่ดีกว่านี้
“ตัวงบประมาณที่วางไว้ 1.57 แสนล้านบาท เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจไทยนั้น มองว่าคงเข้าไปทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะโครงการที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ วางไว้ขอไป ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้รับตามที่ขอไปหรือไม่ และรายละเอียดของโครงการก็ยังไม่มีออกมาอย่างชัดเจน แม้แต่เที่ยวไทยคนละครึ่ง ที่พูดกันมานานมากแล้ว ก็ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการออกมา มีเพียงข่าวแว่วเท่านั้น ซึ่งไม่แน่ใจว่าเดือนกรกฎาคม ที่กำหนดไว้ว่าจะเริ่มดำเนินการโครงการ จะสามารถทำได้ทันหรือไม่ ก็ยังต้องลุ้นกันต่อ” นายเทียนประสิทธิ์ กล่าว
นายเทียนประสิทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในขณะนี้ อ้างอิงอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือน เม.ย. 68 ที่ผ่านมา อยู่ประมาณ 63% ลดลงจากเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นผลกระทบหลักๆ จากนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปกว่า 30% และมีแนวโน้มจะหายไปมากกว่าเดิม เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกผันผวน เศรษฐกิจจีนชะลอตัว รัฐบาลจีนมีนโยบายให้คนจีนเที่ยวในประเทศ รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนตอนนี้มีหลายเรื่อง ทั้งประเด็นการค้ามนุษย์ ภาพความไม่ปลอดภัยจากเหตุแผ่นดินไหว ประเด็นเกี่ยวกับคำว่าจีนเทา อีกทั้งประเทศอื่นๆ ก็ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงรุกอย่างหนัก คู่แข่งอย่างเวียดนาม และมาเลเซีย เดินหน้าเชิงรุกทั้งในด้านการตลาด การลดต้นทุน และการปรับนโยบายเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว และแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยให้เข้มแข็งที่สุด



