ที่ ไบเทคบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2568 นายโฆษิต สุวินิจจิต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวเปิดงานมหกรรมแสดงสินค้าร้านยาแห่งชาติ ครั้งที่ 3 และการประชุมใหญ่สามัญสมาคมร้านขายยา ประจำปี 2567 ว่า งานวันนี้มีความสำคัญยิ่ง เป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายในห่วงโซ่ธุรกิจ เป็นการรวมตัวแบบเครือข่ายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ซึ่งร้านขายยาถือเป็นแหล่งบริการสุขภาพเบื้องต้นที่ช่วยให้คนมีสุขภาพแข็งแรง ถ้าร้านขายยาเข้มแข็ง สุขภาพของประชาชนก็จะดีตามไปด้วย โดยนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องการส่งเสริมมาตรฐานร้านขายยา และสนับสนุนการนำนวัตกรรมเข้ามาเสริมบริการ ซึ่งปัจจุบันร้านยาส่วนใหญ่นำระบบ AI มาร่วมวิเคราะห์อาการ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วย ร้านขายยาจึงไม่เพียงช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น แต่ยังลดภาระบุคลากรและความแออัดในโรงพยาบาลด้วย

“ในโลกยุคใหม่ เราไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้ Deepfake หรือ ChatGPT กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ร้านยาจึงต้องพัฒนาธุรกิจให้เท่าทันเทคโนโลยี นอกจากยาแผนปัจจุบันแล้ว รัฐบาลยังสนับสนุนยาแผนไทยและสมุนไพรไทย เพื่อทดแทนการนำเข้ายาจากต่างประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงทั้งจากมาตรการทางภาษีของประเทศผู้ผลิต หรือความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ของโลก การจัดงานวันนี้แสดงให้เห็นว่าร้านยาไทยมีมาตรฐาน ความก้าวหน้า และเป็นที่พึ่งของสังคม ช่วยยกระดับบริการสาธารณสุขของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าว

ด้าน นายภาสกร สกุลปิ่นจง ประธานจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าร้านยาแห่งชาติ ครั้งที่ 3 กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า จุดมุ่งหมายของเราคือการสร้าง “โอกาสที่แท้จริง” ให้กับร้านขายยาทั่วประเทศ โดยเฉพาะร้านยา SME ที่เป็นกระดูกสันหลังของระบบสุขภาพในชุมชน งานนี้จึงเป็นทั้งเวทีในการเจรจาธุรกิจ การอัปเดตเทรนด์ผลิตภัณฑ์ และการเสริมความรู้วิชาชีพ เราอยากให้ร้านยาทุกแห่งรู้สึกว่าตนเองมีพลัง มีโอกาสเติบโต และมีเครือข่ายที่พร้อมสนับสนุนในทุกมิติ

“การจัดงานปีนี้มีคนเข้าร่วมมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดงานมา และพันธมิตรที่เป็นบริษัทยาก็มีมากขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชน เราไม่ใช่แค่จัดงานใหญ่ขึ้น แต่เรากำลัง “สร้างมาตรฐานใหม่” ให้กับวงการร้านยา งานครั้งนี้จึงมีการออกแบบบูธที่ทันสมัย จัดโซนแสดงสินค้าเฉพาะทางและหลากหลายขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ พร้อมเชิญพันธมิตรทั้งจากภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมงานอย่างเต็มรูปแบบ งานปีนี้เราสื่อสารภายใต้แนวคิด “รวมใจร้านยา พัฒนาธุรกิจ ดูแลสุขภาพชีวิตประชาชน” ซึ่งไม่ใช่แค่คำขวัญ แต่เป็นพันธสัญญา เราต้องการสร้าง DNA ของงานมหกรรมนี้ให้เป็นมากกว่างานแสดงสินค้า เป็นจุดนัดพบของคนในวงการที่มีเป้าหมายร่วมกัน และเราจะต่อยอดแนวคิดนี้ในงานครั้งที่ 4 อย่างยิ่งใหญ่และกว้างขวางยิ่งขึ้น ด้วยการโกอินเตอร์สู่อาเซียน โดยจัดในเมืองไทยและให้ต่างชาติเดินทางเข้ามา เพื่อให้เขาเห็นความก้าวหน้าของธุรกิจร้านยาเมืองไทย” นายภาสกร กล่าว

ภ.ก.ชยินท์ จตุรพรประสิทธิ์ นายกสมาคมร้านขายยา กล่าวว่า ปัจจุบันสมาคมร้านขายยามีสมาชิก 7,000 ร้านค้าทั่วประเทศ มีนโยบายส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเป็นมืออาชีพมากขึ้น เป็นมิตรกับผู้บริโภค มีจรรยาบรรณความโปร่งใสตามมาตรฐานวิชาชีพ ส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีบริหารกิจการเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างสังคมไทยน่าอยู่ เป็น “แพลตฟอร์มแห่งความร่วมมือ” ระหว่างร้านยา ผู้ผลิต ผู้บริโภค ระบบโลจิสติกส์ และภาครัฐ งานครั้งนี้จะสะท้อนให้เห็นว่าเราเข้าใจความต้องการ เข้าใจสภาพความเป็นจริง สามารถเป็นกระบอกเสียงได้ และสมาคมร้านขายยาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการให้ข้อคิดและมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจร้านขายยา ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เชื่อมเครือข่ายไปสู่กลุ่มประเทศอาเซียนและพันธมิตร เราพร้อมพัฒนา พร้อมฟังเสียงสมาชิก และพร้อมขับเคลื่อนให้ร้านยาไทยมีศักยภาพทั้งในเชิงวิชาชีพและเชิงธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายเทวัญ งามบุญสิน อดีตนายกสมาคมร้านขายยา และผู้ก่อตั้งบริษัท โมเดิร์น เฮลธ์มาร์ท จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจขายปลีก-ส่งยารักษาโรคและเภสัชภัณฑ์ กล่าวว่า ปัจจุบันร้านยาเปลี่ยนแปลงไปมาก เพราะทุกอย่างต้องก้าวไปตามโลกาภิวัตน์ ร้านขายยารุ่นเก่าต้องปรับตัว ใครปรับตัวไม่ทันก็ต้องปิดกิจการไป การจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าร้านยาแห่งชาติ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ร้านยารายเล็กหรือร้านเก่าที่ยังเข้าไม่ถึงระบบต่างๆ ได้เข้ามาชมงานนี้ ได้มีโอกาสติดต่อกัน ทำให้เกิดความร่วมมือเชิงเครือข่ายกว้างมากขึ้น ได้เข้าใจความเปลี่ยนแปลงและสามารถปรับตัวได้ทันกับโลกยุคใหม่

ขณะที่ นายแก้ว ร้านยากรุงเทพ กล่าวว่า มหกรรมแสดงสินค้าร้านยาแห่งชาติ เป็นงานสำคัญที่ทำให้เรามีโอกาสเชื่อมต่อกับพันธมิตรมากขึ้น ซึ่งร้านยากรุงเทพก็เข้าร่วมกิจกรรมทุกปี โดยร้านยากรุงเทพเปิดให้บริการมากว่า 27 ปี ปัจจุบันมี 90 สาขากระจายในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี สาเหตุที่เปิดร้านขายยา 24 ชั่วโมง เพราะต้องการแบ่งเบาภาระโรงพยาบาล ในแง่ของความคุ้มค่าทางการเงินอาจไม่คุ้มค่า แต่เราต้องการเป็นที่พึ่งให้กับผู้ป่วยที่เดือดร้อนและหาซื้อยาไม่ได้ในเวลากลางคืน ในอนาคตอยากขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ แต่ด้วยข้อจำกัดที่เราไม่ใช่นักธุรกิจ ไม่ได้มีเงินหนา เป็นแค่คนธรรมดาที่อยากจะช่วยคน จึงขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป

มหกรรมแสดงสินค้าร้านยาแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ถือเป็นมหกรรมยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการร้านขายยา นำเสนอสินค้าสำหรับธุรกิจร้านยาครบวงจร พร้อมองค์ความรู้ในการสัมมนาวิชาการ หลากหลายหัวข้อจากผู้เชี่ยวชาญ