น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อํานวยการการเลือกตั้ง (ผอ.กกต.) ประจําจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่าตามกฎหมายมาตรา 62 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 กําหนดว่า ภายหลังการเลือกตั้งผู้สมัครนายกและผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่น ทั้งที่ได้รับการเลือกตั้งและไม่ได้รับการเลือกตั้งทุกคนต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่าย พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วน ตามความเป็นจริงต่อ กกต.จังหวัดภายใน 90 วัน นับจากวันเลือกตั้งวันที่ 11 พ.ค.68 จนถึงวันที่ 13 ส.ค.68 โดย จ.สมุทรสงครามมีเทศบาลที่มีการเลือกตั้ง 9 แห่ง ผู้สมัครรวม 269 คน แยกเป็นนายกเทศมนตรี 19 คน และสมาชิกสภาเทศบาล( สท) 250 คน

สำหรับการเลือกตั้งที่การดำรงตำแหน่งครบวาระคํานวณค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 180 วันก่อนวันที่ครบวาระจนถึงวันเลือกตั้ง คือตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.67 ถึงวันที่ 11 พ.ค.68 ในส่วนของผู้สมัครนายกเทศมนตรีเมืองสมุทรสงครามใช้จ่ายไม่เกิน 2,062,500 บาท ผู้สมัครสมาชิกสภา (สท) เทศบาลเมืองฯใช้จ่ายไม่เกิน 750,000 บาท ส่วนผู้สมัครนายกเทศมนตรีตําบลใช้จ่ายไม่เกิน 1,312,500 บาท ผู้สมัครสมาชิกสภา (สท) เทศบาลตำบลใช้จ่ายไม่เกิน 637,500 บาท โดยผู้สมัครต้องใช้จ่ายในการเลือกไม่เกินจํานวนเงินที่กําหนด และมายื่นชี้แจงด้วยตนเองหรือมอบอํานาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นยื่นแทนก็ได้ ณ สํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจํา จ.สมุทรสงคราม ต.ลาดใหญ่ อ.เมืองสมุทรสงคราม

ทั้งนี้ กกต.มีแผนจะออกไปรับยื่นบัญชีรายรับรายจ่ายนอกสถานที่ ณ ห้องประชุมเทศบาลทั้ง 9 แห่ง ระหว่างเวลา 09.00-15.00 น.คือวันที่ 6 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลอัมพวา วันที่ 10 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลสวนหลวง วันที่ 12 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลบางกระบือ วันที่ 24 มิ.ย. ที่เทศบาลเมือง วันที่ 25 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลบางนกแขวก วันที่ 26 มิ.ย. ที่เทศบาลตำบลกระดังงา วันที่ 1 ก.ค. ที่เทศบาลตำบลเหมืองใหม่ วันที่ 2 ก.ค. ที่เทศบาลตำบลบางจะเกร็ง และวันที่ 4 ก.ค. ที่เทศบาลตำบลบางงยี่รงค์

จึงขอเตือนผู้สมัครทั้งนายกและผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาลที่มีการเลือกตั้งไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค.68 ที่ผ่านมาทุกคนว่าอย่าเผลอลืม เพราะผู้ที่ไม่ยื่นค่าใช้จ่ายหรือจงใจยื่นเอกสารหลักฐานไม่ถูกต้องครบถ้วนจะต้องโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ส่วนผู้ที่ใช้จ่ายเงินเกินจำนวนที่กำหนด ต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือปรับเป็น 3 เท่าของจำนวนเงินที่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่ากัน หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปีอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผอ.กกต.สมุทรสงคราม กล่าวด้วยว่าในการเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภา อบจ.สมุทรสงครามเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ก.พ.68 การยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายและหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ครบกำหนด 90 วันแล้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 68 แต่ปรากฏว่ายังมีผู้สมัครนายก อบจ.ท่านหนึ่งยังไม่มายื่นบัญชีค่าใช้จ่าย จึงถือว่ามีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทุกระดับทั้งที่เป็นผู้สมัครหรือไปใช้สิทธ์ลงคะแนนเสียงให้ใครก็ตาม เป็นระยะเวลา 5 ปีด้วย