สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ว่า แบคทีเรียวีบริโอสามารถแบ่งปันยีนให้กันได้ ซึ่งหมายความว่าเมื่อมีแบคทีเรียตัวหนึ่งกลายเป็นอันตราย จะสามารถถ่ายทอดคุณสมบัติดังกล่าวไปยังแบคทีเรียตัวอื่น ให้กลายเป็นภัยคุกคามได้เช่นกัน และอุณหภูมิมหาสมุทรที่สูงขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังช่วยให้แบคทีเรียเหล่านี้ แพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่และติดเชื้อในมนุษย์ได้มากขึ้นอีกด้วย


การศึกษาดังกล่าว ซึ่งเผยแพร่ในวารสารเอ็มสเฟียร์ (mSphere) ระบุว่า คณะนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ วิเคราะห์จีโนมของตัวอย่างแบคทีเรียวีบริโอ จำนวน 23 ตัวอย่าง ซึ่งเก็บจากน่านน้ำชายฝั่งของกรุงเทลอาวีฟ และเมืองเอลัต


ผลการวิจัยของพวกเขา เปิดเผยให้เห็นสารพิษ ระบบการหลั่ง และองค์ประกอบทางพันธุกรรมเคลื่อนที่ได้หลากหลายชนิด ซึ่งช่วยให้แบคทีเรียแพร่กระจายคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการอยู่รอดและความสามารถในการก่อโรค

นอกจากนี้ ยังมีการพบแบคทีเรียอย่างน้อย 10 สายพันธุ์ ซึ่งสามารถทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันตาย และพบแบคทีเรียอีกอย่างน้อย 12 สายพันธุ์ ที่สามารถปล่อยสารพิษใส่แบคทีเรียวีบริโอสายพันธุ์อื่นที่เป็นคู่แข่งได้


เมื่อนำมาทดสอบกับยาปฏิชีวนะ ซึ่งนิยมใช้รักษาการติดเชื้อจากแบคทีเรียวีบริโอ พบว่า ตัวอย่างแบคทีเรียจำนวนมากแสดงให้เห็นถึงการดื้อยาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอะซิโธรมัยซิน (Azithromycin) อีกทั้งยังมีหนึ่งในสายพันธุ์ของแบคทีเรียดังกล่าว ซึ่งตรวจพบในทะเลแดง สามารถผลิตสารพิษที่สามารถคร่าชีวิตกุ้งได้ และเคยสร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับฟาร์มเลี้ยงกุ้งทั่วโลก


ทีมวิจัยสรุปว่า ผลการศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แบคทีเรียวีบริโอมีศักยภาพในการก่อโรคในน่านน้ำชายฝั่งของอิสราเอล และย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการติดตาม และเฝ้าระวังสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าติดตามและจัดการกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP